ถนนเมืองไทยไม่ได้ “อันตราย” แต่มัน อันตรายซ้ำซาก เพราะสังคมไทยปล่อยให้มันเป็นเช่นนั้น

190

เทศกาลปีที่ผ่านมา ที่ผู้คนพากันเฉลิมฉลองแต่ขณะเดียวกัน ตัวเลขจากศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุ ThaiRSC ฟ้องชัด ตาย 52 ศพ บาดเจ็บ 2,761 คน ในวันเดียว

นี่ไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่มันคือ การสูญเสียที่ถูกทำให้เป็นเรื่องปกติ ทุกเช้าเรารับรู้ตัวเลขศพ ทุกเย็นเราขับรถเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น และวันรุ่งขึ้น…ก็มีศพใหม่มาแทนที่

จากข้อมูลพบว่าจักรยานยนต์ยังฆ่าคนมากที่สุดไม่ใช่เพราะมันชั่วแต่เพราะรัฐ “ไม่เคยจริงจัง” กับความปลอดภัยของคนจนบนสองล้อ

45 จาก 52 ศพ คือผู้ใช้รถจักรยานยนต์พวกเขาคือแรงงาน คือคนทำมาหากิน คือคนที่ต้องใช้ถนนทุกวันแต่กลับได้รับการปกป้องน้อยที่สุด หมวกกันน็อกยังเป็น “ทางเลือกถนนยังเป็นหลุมเป็นบ่อกฎหมายยังเลือกบังคับใช้เป็นช่วง ๆและชีวิตคน…ยังราคาถูกกว่าความสะดวกของใครบางกลุ่ม

ตายแล้ว…ไม่มีใครรับผิดชอบ ผู้เสียชีวิต 46 รายเป็นผู้ขับขี่ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาผิดกี่เปอร์เซ็นต์ แต่ที่แน่ ๆ คือ ระบบล้มเหลว 100 เปอร์เซ็นต์ไม่มีรัฐมนตรีต้องลาออกไม่มีผู้บริหารต้องรับผิดไม่มีนโยบายเร่งด่วนหลังศพกองที่ 52 มีเพียงตัวเลข…ที่ถูกอ่านผ่านตาแล้วก็ผ่านไป

650 ศพตั้งแต่ต้นปี นี่คือประเทศหรือสนามรบอุบัติเหตุสะสมปี 2569​ ตายแล้ว 650 คน เจ็บกว่า 33,000 คนถ้านี่คือสงครามเราคงเรียกร้องความรับผิดชอบไปนานแล้วแต่เพราะมันเกิดบนถนนมันเลยถูกเรียกว่า “อุบัติเหตุ”ทั้งที่จริง ๆ มันคือ โศกนาฏกรรมที่ป้องกันได้

ถนนไม่เคยฆ่าคน ความชินชา ต่างหากที่ฆ่าและตราบใดที่สังคมไทยยังยอมรับตัวเลขศพรายวัน โดยไม่ถามหาคนผิดไม่เรียกร้องการเปลี่ยนแปลง ไม่โกรธกับความตายที่ไม่จำเป็น วันพรุ่งนี้…ศพจะไม่ลดแค่เปลี่ยนชื่อเท่านั้น​ พยัคฆ์น้อย ร้อยเก้า ฝากถึงรัฐบาลปัจุบัน รัฐบาลที่กำลังจะเลือกตั้ง และรัฐบาลต่อๆไป อย่ามองเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติเพราะปัญหาดังกล่าวมันเป็นปัญหาซ้ำซาก หลายทศวรรษ ที่สามารถป้องกันได้ในทุกประเทศทั่วโลกเขาสามารถทำได้ แต่ประเทศไทยเราจะมาวางแผนกันแบบปีต่อปีแบบนี้หรือ.? นี่คือคำถามของประชาชน ..???