จากชุมพร–ระนอง สู่ตะกั่วป่า เขาสก คีรีวง และเมืองเก่าสงขลาเส้นทางธรรมชาติ วิถีชุมชน และโมเมนต์สบายๆ ที่เติมพลังใจทุกกิโลเมตร นทท.สายธรรมชาติ-สโลว์ไลฟ์ ต้องห้ามพลาด ชวนปักหมุดจุดเช็คอิน 5 จ.ภาคใต้

ภาคใต้ถือว่าเป็นหนึ่งในจุดหมายยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยว ที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศอันหลากหลายของเมืองท่องเที่ยวชั้นนำ ตั้งแต่ ชุมพร ระนอง พังงา สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ไปจนถึง สงขลา เมืองท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยธรรมชาติ วิถีชุมชน และร้านค้าท้องถิ่นมากมาย ที่ไม่เพียงแต่จะช่วยเติมพลังใจด้วยความงดงามของภาคใต้ แต่ยังช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจในประเทศให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง พร้อมชวนนักท่องเที่ยวเตรียมตัวออกเดินทาง เลือกจุดหมายปลายทางที่ใช่ ตามสไตล์ที่ชอบ พร้อมเก็บโมเมนต์ดีๆ กับมุมเก๋ๆ ทั่วภาคใต้
ปักหมุดจุดที่ 1: ชุมพร-ระนอง เปิดประตูสู่ภาคใต้ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ธรรมชาติ

ปักหมุดจุดแรกกับ จ.ชุมพร เมืองที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ใครมีเวลาเยอะแวะเที่ยวชุมพรก่อนได้เลย เพราะมีสถานท่องเที่ยวหลากหลาย สำหรับเส้นทางวันนี้ เราจะไม่เข้าเมืองชุมพร แต่หักเลี้ยวไปทางตะวันตกสู่เมืองระนอง เมืองเงียบสงบที่หลายคนอาจมองข้าม แต่ในฐานะหนึ่งในประตูสู่ภาคใต้ ระนองซ่อนธรรมชาติสมบูรณ์ไว้มากมาย ทั้งภูเขา ลำธาร และน้ำตกหลายแห่ง เหมาะสำหรับการจัดทริปแบบสบายๆ ขับรถชิลๆ ไปบนเส้นทางที่สวยและท้าทายสำหรับคนที่ชอบขับรถเที่ยวเอง รับรองว่าสนุกและประทับใจแน่นอน
ทริปครั้งนี้เรามากับ นิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ ที่ช่วยให้การเดินทางระยะยาวผ่อนคลายขึ้นตั้งแต่เริ่มออกจากตัวเมือง จังหวะขึ้นเขาและโค้งคดเคี้ยวให้ฟีลนุ่ม เงียบ และมั่นใจ เพราะกำลังจากระบบ e-POWER ตอบสนองทันทีที่แตะคันเร่ง พลาดไม่ได้กับหนึ่งในจุดที่ต้องแวะคือ น้ำตกปุญญบาล สายน้ำใสที่ไหลรินริมถนนเพชรเกษมตลอดทั้งปี เป็นมุมพักขาและเก็บภาพบรรยากาศได้อย่างลงตัว

การขับผ่านเส้นทางธรรมชาติแบบนี้ ยิ่งทำให้เห็นความสบายของเซเรน่าได้ชัดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่นั่งที่กว้าง หรือกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้า 163 แรงม้า แรงบิด 315 นิวตันเมตร ที่ทำให้การเร่งขึ้นเนินและการขับต่อเนื่องหลายร้อยกิโลเมตรเป็นไปอย่างลื่นไหล โดยไม่ต้องกังวลเรื่องหาที่ชาร์จ
นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารพื้นบ้านและร้านค้าชุมชนให้แวะชิมรสมือท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นเมนูพื้นเมืองรสเข้มหรืออาหารทะเลสด ๆ ทำให้ระนองไม่ใช่แค่จุดเริ่มต้น แต่เป็นหนึ่งในจังหวัดที่สร้างความประทับใจตั้งแต่ก้าวแรกของการเดินทางสู่ภาคใต้
ปักหมุดจุดที่ 2: ตะกั่วป่า พังงา เมืองกลางหุบเขาที่ต้องหลงรัก

เมื่อพูดถึงพังงา หลายคนอาจนึกถึงทะเลและภูเขา แต่สำหรับสายชอบเมืองเก่าและบรรยากาศเงียบสงบแล้ว ต้องยกให้ ย่านเมืองเก่าตะกั่วป่า เมืองเล็กในหุบเขาที่อบอวลด้วยเสน่ห์เรียบง่าย เหมาะทั้งสำหรับการแวะเที่ยวแบบวันเดียว หรือจะใช้เวลาพักผ่อนช้าๆ สักคืนเพื่อดื่มด่ำกับวิถีท้องถิ่นก็ลงตัวสุดๆ เมืองเก่าย่านนี้รายล้อมด้วยอาคารชิโน–โปรตุกีสเก่าแก่ ร้านเล็กๆ ของชุมชน และศาลเจ้าจีนที่สะท้อนรากวัฒนธรรมในพื้นที่อย่าง ศาลเจ้าซินใช่ตึ๋ง เดินเล่นไม่กี่นาทีก็เจอมุมถ่ายรูปใหม่ ทั้ง Street Art, โรงเรียนเต้าหมิง, และ สะพานเหล็กบุญสูง ที่เห็นวิวภูเขาสวยแบบเต็มตา เรียกได้ว่าเป็นเสน่ห์แบบพิเศษของตะกั่วป่าที่ แม้อยู่ในเมือง ก็ยังมองเห็นภูเขาได้ใกล้จนเหมือนเอื้อมถึง
ส่วนหนึ่งที่ทำให้การเดินชิลๆ ในเมืองเก่าเพลินขึ้นกว่าเดิม คือการเดินทางที่ไม่ต้องลุ้นหรือเหนื่อยตั้งแต่ต้นทาง คนขับเองก็สบายขึ้นด้วยฟังก์ชันอย่างปุ่มควบคุมเกียร์แบบไฟเรืองแสง เบรกมือไฟฟ้า Auto Brake Hold และ N-Hold ที่ช่วยให้จอดหรือเข็นรถในตรอกแคบๆ ของเมืองเก่าได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังมีระบบ Adaptive Cruise Control ที่ช่วยผ่อนแรงในช่วงขับทางไกลก่อนจะเข้าตัวเมือง ทำให้รักษาความเร็วและระยะห่างรถคันหน้าได้อย่างสบายๆ รายละเอียดเล็กๆ แบบนี้ช่วยลดภาระการขับลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ยังมีแรงเหลือไปเดินเที่ยว และสนุกกับบรรยากาศของตะกั่วป่าต่อทั้งวันสายกินเองก็มีแผนที่แน่นไม่แพ้กัน ตั้งแต่ ขนมจีนหน้าศาล, ไส้กรอกตะกั่วป่า, ไปจนถึง สะเต๊ะร้านเก่าแก่ที่ยังคงรสมือดั้งเดิม ทำให้การเดินเที่ยวในเมืองเก่าเต็มไปด้วยรสชาติและเรื่องราวในทุกจุดแวะ ตะกั่วป่าจึงเป็นอีกมุมหนึ่งของพังงาที่ให้จังหวะชีวิตช้าลงแบบพอดี และเติมเสน่ห์ใหม่ๆ ให้การเดินทางภาคใต้มีมิติที่อบอุ่นมากขึ้น
ปักหมุดจุดที่ 3: สุราษฎร์ธานี ธรรมชาติอิ่มตา บรรยากาศอิ่มใจ

สุราษฎร์ธานีคือหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวสายธรรมชาติไม่ควรพลาด โดยเฉพาะอุทยานแห่งชาติเขาสก หนึ่งในผืนป่าฝนที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดของไทย อายุนับร้อยล้านปี โดดเด่นด้วยภูเขาหินปูนและป่าเขียวชอุ่ม บรรยากาศเงียบสงบรายล้อมด้วยธรรมชาติรอบตัว เหมาะสำหรับการเที่ยวแบบสบายๆ หรือใช้เป็นที่เติมเต็มความสงบได้เป็นอย่างดี
ระหว่างทางที่ขับผ่านแนวภูเขาและผืนป่า ห้องโดยสารที่นั่งสบายของเซเรน่าทำให้การเดินทางรู้สึกผ่อนคลายเหมือนได้พักตั้งแต่ยังไม่ถึงจุดหมาย ความโปร่ง โล่งของพื้นที่ภายในช่วยให้การนั่งรถยาวๆ ไม่รู้สึกอึดอัด กระจกใสบานใหญ่รอบคันเปิดมุมมองให้เห็นวิวเขาสกแบบเต็มตา และยิ่งสบายขึ้นไปอีกเมื่อมี ม่านบังแดดที่ช่วยกรองแสงแรงระหว่างขับผ่านพื้นที่โล่ง เหมือนนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นที่เคลื่อนที่ไปพร้อมกับธรรมชาติ
พื้นที่รอบเขาสกมีกิจกรรมให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่ ขับรถชมวิวเข้าไปยังจุดเดินป่าต่างๆ ไปจนถึงล่องแพชมวิวที่ เขื่อนเชี่ยวหลาน ทะเลสาบสีมรกตซึ่งโอบล้อมด้วยภูเขาหินปูนรูปร่างแปลกตา จนถูกยกให้เป็นหนึ่งในวิวที่สวยที่สุดของภาคใต้ ในตัวอำเภอบ้านตาขุนและพื้นที่รอบเขาสกยังมีคาเฟ่บ้านไม้ ร้านอาหารพื้นบ้าน และโฮมสเตย์ชุมชนที่แวะได้ระหว่างทางให้สัมผัสวิถีชีวิตแบบเรียบง่ายของคนท้องถิ่น สุราษฎร์ธานีจึงเป็นปลายทางที่เหมาะทั้งสำหรับการใช้เวลาร่วมกับเพื่อนหรือครอบครัวท่ามกลางธรรมชาติ ไม่ว่าจะขับรถเพื่อมาพักผ่อนหรือออกไปทำกิจกรรมสนุกๆ ก็ตอบโจทย์ครบทุกไลฟ์สไตล์ของคนที่รักการเดินทาง
ปักหมุดจุดที่ 4: นครศรีธรรมราช เมืองวิวสวยที่ต้องแวะ

นครศรีธรรมราชเป็นจังหวัดที่เหมาะสำหรับการใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ โดยเฉพาะที่ หมู่บ้านคีรีวง หมู่บ้านเล็กกลางหุบเขาที่ขึ้นชื่อเรื่องอากาศดีมีโอโซนเยอะที่สุดในประเทศ และลำธารใสเป็นพิเศษ ขับรถขึ้นมาเพื่อปูเสื่อปิกนิกริมลำธาร นั่งจุ่มเท้าในน้ำเย็นๆ จิบกาแฟจากคาเฟ่ในหมู่บ้าน หรือ แวะตามร้านงานหัตถกรรมท้องถิ่น ที่ขายผ้าย้อมสีธรรมชาติ บรรยากาศเรียบง่ายแต่ผ่อนคลาย เหมาะกับการใช้เวลาในช่วงเทศกาลที่สุด
การเดินทางแบบครอบครัวก็ยิ่งสบายขึ้น เมื่อมีพื้นที่ภายในนิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ ปรับได้หลากหลาย เบาะที่ปรับได้ถึง 13 รูปแบบ โต๊ะพับ และช่องชาร์จไฟครบทุกแถว ช่วยให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่จัดท่านั่งตามสบายได้ตลอดเส้นทาง โดยเฉพาะเบาะแถวสามแบบแขวนที่ยิ่งทำให้ยิ่งสะดวกเข้าไปอีก เด็กๆ นั่งดูวิวได้เพลิน ผู้ใหญ่เองก็เอนนอนได้เต็มที่
จากบรรยากาศสดชื่นของลำธารคีรีวง หาก ขับลงสู่โซนชายฝั่ง จะพบกับอีกมุมที่ต่างออกไปแต่งดงามไม่แพ้กัน นั่นคือจุดชมวิวอ่าวท้องยาง มุมเงียบๆ ที่มองเห็นทั้งทะเลและภูเขาในฉากเดียว ไม่ว่าจะ ขับมาช่วงเช้าเพื่อดูพระอาทิตย์ขึ้น หรือแวะพักระหว่างวัน ก็ได้บรรยากาศผ่อนคลายในคนละแบบการแวะตามทางก็สะดวกขึ้นมากด้วยประตูท้าย Dual Door ที่เปิดครึ่งบานได้ แม้พื้นที่จอดแคบ ก็สามารถหยิบของปิกนิก หรือกระเป๋ากล้องออกมาได้ง่ายๆ อีกทั้งช่องเก็บของและหลุมใส่ขวดน้ำที่กระจายทั่วรถยังช่วยเก็บของจุกจิกได้ดี ไม่ต้องวุ่นวายหาของระหว่างทริปรอบอ่าวยังเต็มไปด้วย ร้านอาหารทะเลสไตล์บ้านๆ ที่จอดรถแวะได้สะดวก เน้นวัตถุดิบสดใหม่ ทั้งปลาย่าง ต้มส้ม ผักพื้นบ้าน และเมนูทะเลนึ่งรสเรียบง่ายแต่โดดเด่นด้วยความสด นอกจากนี้ยังมีคาเฟ่บรรยากาศสบายๆ ให้ ขับไปแวะถ่ายรูปกับทะเล และเอนจอยช่วงเวลาชิลๆ ได้ตลอดวัน
ปักหมุดจุดที่ 5: สงขลา เมืองเล็กที่มีเสน่ห์ใหญ่

ใครที่ขับรถจากนครศรีธรรมราชมุ่งหน้าสู่สงขลา ตอนขับผ่านจังหวัดพัทลุง มีจุดเช็กอินที่พลาดไม่ได้ คือ สะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา หรือสะพานเอกชัย คือหนึ่งในแลนด์มาร์กที่โดดเด่นที่สุด สะพานยาวกว่า 5 กม. ทอดข้ามทะเลสาบสงขลา–ทะเลน้อย เชื่อมต่อจังหวัดพัทลุงกับสงขลา เหมาะทั้งสำหรับแวะถ่ายภาพหรือหยุดพักสายตาระหว่างการเดินทาง ก่อนเข้าสู่ตัวเมืองที่เต็มไปด้วยเรื่องเล่าทางวัฒนธรรม
พอเข้าใกล้ตัวเมืองที่ถนนเริ่มแคบขึ้น ระบบอย่างวงเลี้ยวแคบของเซเรน่าก็ช่วยให้กลับรถหรือเลี้ยวในซอยเล็ก ๆ ได้คล่องตัวมากขึ้น ยิ่งเวลาหยุดริมสะพานเพื่อถ่ายภาพ รถยังถอยเข้าซองได้ง่ายด้วยกล้องรอบคัน 360 องศา และกระจกมองหลังแบบกล้องที่ให้ภาพชัดเจนแม้แสงจะย้อนจากทะเลสาบก็ตาม

เมื่อก้าวเข้าสู่เมืองเก่าสงขลา ความผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมชิโน–โปรตุกีสกับวัฒนธรรมจีนจะสะดุดตาทันที อาคารเก่าอายุนับร้อยปีที่เรียงรายสองฝั่งถนนทำให้การเดินเล่นในย่านนี้มีเสน่ห์แบบเรียบง่าย และเต็มไปด้วยมุมให้หยุดชมอย่างเพลินๆ ไฮไลต์แรกที่หลายคนเลือก เริ่มต้นที่ประติมากรรมพญานาคพ่นน้ำริมทะเลสาบสงขลา ถือเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมก่อนเข้าสู่ย่านเมืองเก่า จากนั้นตามด้วยพิพิธภัณฑ์พธำมะรงค์ (บ้านตระกูลติณสูลานนท์) ซึ่งเล่าเรื่องราวรากวัฒนธรรมของชุมชนชาวจีนและบทบาทของสงขลาในฐานะเมืองท่าเก่าแก่ ระหว่างขับเลียบซอยต่างๆ ในย่านนี้ที่ส่วนใหญ่ค่อนข้างแคบ ระบบ Blind Spot Warning, Rear Cross Traffic Alert และ Intelligent Forward Collision Warning จึงช่วยให้ขับได้มั่นใจขึ้นมาก โดยเฉพาะเวลาจะออกจากซองหรือมีคนเดินตัดหน้าแบบไม่ทันตั้งตัว แถมประตูสไลด์ไฟฟ้าที่เตะเปิดได้ยังสะดวกสุดๆ เวลาถือของฝากหรือของกินเต็มมือจากร้านดังของเมืองเก่า
ระหว่างขับสำรวจในย่านเมืองเก่า กลิ่นอาหารท้องถิ่นจะลอยมาเรียกให้ต้องแวะเสมอ ไม่ว่าจะเป็น โรตีร้อนๆ ไอติมโอ่งสูตรโบราณ หรือ ขนมจีบ–ซาลาเปาร้านเก่าแก่ ที่มีให้เลือกแทบทุกซอย รวมถึงร้านคาเฟ่และของกินเล่นอีกหลากหลายแบบที่ทำให้การเดินชมเมืองสนุกขึ้นไปอีกขั้น

ปิดท้ายทริปด้วยการแวะบ้านนครในและโซน Street Art เมืองเก่า ที่มีงานศิลปะกระจายอยู่ตามกำแพงให้ค่อยๆ เดินชมและเก็บภาพระหว่างจอดรถ อีกหนึ่งจุดที่ไม่ควรพลาดคือโรงสีแดง หับ โห้ หิ้น อาคารสีแดงอายุกว่าศตวรรษที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นโรงสีข้าวสำคัญของภาคใต้ และปัจจุบันถูกปรับเป็นพิพิธภัณฑ์และพื้นที่เรียนรู้ของชุมชน บรรยากาศของพื้นที่เหล่านี้ยิ่งเดินยิ่งเพลิน ขับเข้า–ออกหลายรอบก็ไม่รู้สึกลำบาก เพราะมีผู้ช่วยส่องรอบตัวของเซเรน่าคอยดูมุมอับและเตือนรถสวน ทำให้การหาที่จอดในซอยแคบ การวนรถดูงานศิลปะ หรือการถอยจอดหน้าโรงสีแดงเป็นเรื่องง่ายไปหมด ตลอดทั้งวันจึงขับเที่ยวได้แบบสบายๆ ไม่ต้องกังวลกับความแออัดหรือพื้นที่จอดจำกัด

ท้ายที่สุดการขับโร้ดทริปจะสนุกขึ้นมาก เมื่อรถที่ใช้ “เข้าใจเส้นทาง” พอๆ กับคนขับ ไม่ว่าจะเป็นโค้งคดเคี้ยวของภูเขา หรือทางเลียบทะเลใต้ลมแรง นิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ ทำให้ทุกช่วงทางรู้สึกเบาสบายขึ้นอย่างชัดเจน ด้วยระบบ e-POWER ความเป็น Made in Japan และการดูแลของเครือข่ายดีลเลอร์นิสสันทั่วประเทศ คือสิ่งที่ทำให้ขับไปไกลแค่ไหนก็ไม่รู้สึกกังวล ไม่ว่าจะล่องเหนือ ลงใต้ หรือไปอีสาน ก็มั่นใจได้ว่ามีทีมบริการอยู่ไม่ไกล พร้อมดูแลตลอดการเดินทาง เซเรน่า อี-พาวเวอร์ จึงไม่ใช่แค่รถสำหรับไปถึงจุดหมาย แต่เป็นเพื่อนร่วมทางที่ทำให้ทุกกิโลเมตรสนุกตั้งแต่ช่วงเลี้ยวออกจากบ้าน
ภาคใต้ ไม่ได้มีดีแค่ทะเลสีฟ้าแต่ยังซ่อนเมืองเล็กกลางหุบเขา ลำธารใส วิถีชุมชน และจังหวะชีวิตที่ชวนให้ “ขับช้าลง” แล้วมองเห็นความงามรอบตัว รองเท้าแก้วจึงชวนปักหมุด 5 จังหวัดภาคใต้ สำหรับนักเดินทางสายธรรมชาติและสโลว์ไลฟ์ ที่อยากให้ทุกกิโลเมตรของการเดินทางมีความหมาย

