เมื่อวันที่ 7 ม.ค. ตำรวจไซเบอร์ 1 นำหมายจับศาลจังหวัดรัตนบุรี ที่ 335/2568 เข้าจับกุมนายณภัสกร อายุ 21 ปี ชาว จ.สระแก้ว ในความผิดฐาน “เป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน และเป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดฐาน โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และเปิดหรือ ยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากบัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อ ตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้ โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรม ทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด”
สืบเนื่องจากชุดสืบสวน กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.1 ตรวจข้อมูลในระบบรับแจ้งความออนไลน์ www.thaipoliceonline.go.th ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่านายณภัสกร ผู้ต้องหาที่รับจ้างเปิดบัญชีม้าให้กับกลุ่มสแกมเมอร์และขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ใช้หลอกลวงหลายรูปแบบแตกต่างกัน อีกทั้งมีความเชื่อมโยงเข้ากับบัญชีม้ารายเดียวกันและยังมีความผิดที่เกี่ยวข้องรวมกัน 33 คดี
โดยมีหมายจับจากหลายท้องที่จำนวน 5 หมายจับ ประกอบด้วย หมายจับศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ 585/2568 ลงวันที่ 3 ก.ค.68 ของ บก.สอท.5 มีความเสียหาย 3,074,212 บาท ,หมายจับศาลจังหวัดรัตนบุรี ที่ 335/2568 ลงวันที่ 19 พ.ย.68 ของ สภ.กระโพ จ.สุรินทร์ มีความเสียหาย 26,000 บาท ,หมายจับศาลอาญา ที่ 4426/2568 ลงวันที่ 30 ก.ค.68 ของ สน.บางซื่อ มีความเสียหาย 7,999,975 บาท ,หมายจับศาลอาญา ที่ 4688/2567 ลงวันที่ 25 ก.ค.67 ของ สน.ประชาชื่น มีความเสียหาย 6,000,000 บาท และหมายจับศาลจังหวัดพิษณุโลก ที่ 452/2567 ลงวันที่ 16 ส.ค.67 ของ สภ.วังน้ำคู้ จ.พิษณุโลก รวมความเสียหายรวมกันกว่า 17 ล้านบาท
นอกจากนี้พบว่าบัญชีธนาคารของผู้ต้องหารายดังกล่าว มีความเชื่อมโยงกับคดีออนไลน์ที่มีผู้เสียหายอยู่หลายท้องที่ทั่วประเทศ มีทั้ง กทม. จ.ปทุมธานี จ.สมุทรปราการ จ.พระนครศรีอยุธยา จ.ราชบุรี จ.สิงห์บุรี จ.สุรินทร์ จ.เชียงใหม่ จ.ลำพูน จ.พิษณุโลก จ.มุกดาหาร และจ.ภูเก็ต รวมทั้งที่อยู่ในความรับผิดชอบของ บช.สอท. อีกหลายคดี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคดีเกี่ยวกับการหลอกให้ลงทุน แอบอ้างหน่วยงานรัฐโทรข่มขู่ให้โอนเงินตรวจสอบ และหลอกโอนเงินจองที่พัก โดยชุดสืบสวนสามารถติดตามจับกุมตัวได้ในพื้นที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว
จากการสอบสวนนายณภัสกร ให้การยอมรับว่าเมื่อประมาณปี 2567 ได้มีเพื่อนชักชวนให้ไปทำงานที่ประเทศกัมพูชา โดยก่อนเดินทางไปไม่ทราบว่าไปทำงานอะไร แต่พอได้ข้ามไปที่ฝั่งกัมพูชาแล้ว จึงมีคนจ้างให้เปิดบัญชีธนาคารในราคา 1,500 บาทต่อบัญชี ตนจึงเปิดไป จำนวน 9 บัญชี หลังจากอยู่ที่นั่นได้ประมาณ 15 วัน จึงเดินทางกลับ ก่อนถูกตำรวจเข้าจับกุมตัว

