รกท.เจ้าอาวาสวัดประชาระบือธรรม ยืนยันคดีเงินบุญ 1.2 ล้านบาท เป็นเรื่องส่วนตัวอดีตเจ้าอาวาส เกิดขึ้นก่อนรับตำแหน่ง วัดไม่เกี่ยว ตรวจสอบบัญชีแล้วโปร่งใส
จากกรณีพระครูปลัดสุรพล ธัมมะเชฏโฐ เจ้าอาวาสวัดประชาระบือธรรม ไม่นำเงินบุญ สร้างโบสถ์ให้วัดต่างจังหวัดจำนวนท 1.2 ล้านบาท เจ้าอาวาสวัด โพนงาม กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทำหนังสือ ทวงถามข้ามปี เงียบเฉย อ้าง นำเงินไปใช้ประโยชน์ในพระพุทธศาสนา เช่น จัดงานมรณะภาพอดีตเจ้าอาวาส ฉลองตั้งเจ้าอาวาส ฉลองรับปริญญา จนเงินหมด
วันนี้ (7 มี.ค.) ทางทีมงานได้เดินทางมายังวัดประชาระบือธรรม เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงจากเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับท่านพระครูสังฆรักษ์พรประจักษ์ ปุญญธนสิริวโร ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดประชาระบือธรรม เบื้องต้นจากการสอบถามท่านกล่าวว่า ก่อนที่จะมีข่าวในหน้าสื่อปัจจุบันช่วงเช้าที่ผ่านมา ก็มีหนังสือติดตามถามถึงเงินกฐินหรือเงินผ้าป่าที่ท่านพระครูปลัดสุรพล อดีตท่านเจ้าอาวาสที่ลาออกไปแล้วไม่เอาไปคืนชาวบ้าน คณะกรรมการคณะสงฆ์โดยความเห็นชอบเจ้าคณะเขตเจ้าคณะแขวงได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเรื่องราวความเป็นมาและมีมติในที่ประชุมให้ท่านได้นำเงินไปคืนและนำข้อมูลมาชี้แจง เมื่อชาวบ้านได้ทำหนังสือมาติดตามทวงเป็นเงินที่ท่านทำผ้าป่าก่อนที่ท่านจะมารับตำแหน่งเป็นรักษาการณ์และเป็นเจ้าอาวาสวัดประชาระบือธรรมและเป็นเรื่องราวของเงินนอกวัดประชาระบือธรรมและเป็นเงินนอกเขตพื้นที่ไม่ใช่เงินตำแหน่งที่ท่านเป็นเจ้าอาวาสในปัจจุบัน
เมื่อเกิดเรื่องราวขึ้นก็ดำเนินการในการตวจสอบและตั้งกรรมการสอบจนได้ข้อสรุปให้ท่านพักหยุดปฏิบัติหน้าที่การเป็นเจ้าอาวาส และได้แต่งตั้งอาตมภาพมาเป็นผู้รักษาการณ์แทนและได้มีการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของวัดประชาระบือธรรมตามระยะเวลาการปฏิบัติตามหน้าที่ตามกฎหมายของคณะสงฆ์ 30 วัน เมื่อพ้น 30 วันแล้วอาตมภาพในฐานะผู้รักษาการณ์จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการอำนาจหน้าที่ได้มีผู้แทนไวยาวัจกรก็คือประธานชุมชนพร้อมทั้งคณะกรรมการชุมชนทั้งหมด 7 ท่านด้วยกัน รวมทั้งหัวหน้าส่วนราชการเป็นกรรมการบริหารวัดและตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของวัดประชาระบือธรรม พร้อมทั้งได้ติดตามกับการเอาเงินไปคืนชาวบ้านที่จังหวัดหนองบัวลำพู จนมีเรื่องราวเกิดขึ้นสักระยะหนึ่งท่านก็มีความประสงค์ที่จะแจ้งว่าจะขอลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาส ซึ่งในขณะนั้นเราได้สอบสวนและเสนอเรื่องตามขั้นตอนให้เสนอปลดท่านออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาส แต่ท่านก็ขอลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสเมื่อเดือนสองเดือนที่ผ่านมาก็พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่เจ้าอาวาสไปซึ่งปัจจุบันเรื่องราวความเป็นมาของเงินจำนวนหนึ่งล้านกว่าบาทนั้นก็เป็นการนำเงินไปชดใช้คืนในหน้าที่ของท่านที่ท่านทำไว้ก่อนที่ท่านจะมาเป็นผู้รักษาการณ์แทนเจ้าอาวาสวัดประชาระบือธรรมแล้วได้แต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดประชาระบือธรรม
ส่วนการที่กล่าวอ้างว่านำเงินไปจัดงานศพอดีตเจ้าอาวาสหรือพระครูสกลธรรมสาธกนั้นเป็นเรื่องจริง แต่การนำเงินไปใช้เป็นการยืมและทางคณะกรรมการในการจัดงานคฤหัสถ์เพลิงศพเราได้คืนท่านไปหมดแล้วเป็นจำนวนสามแสนบาทซึ่งไม่ได้เป็นความจริงเลยที่ว่าเป็นการเอาเงินผ้าป่านั้นมาจัดงานศพอดีตเจ้าอาวาสเรามีหลักฐานมีเอกสารยืนยันว่าทางคณะกรรมการนั้นได้นำเงินมาคืนท่านไปหมดแล้ว
ส่วนเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับตัวท่านวัดไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นการนำเงินไปซื้อปริญญาหรือนำเงินวัดไปไม่ใช่เงินวัดประชาระบือธรรมเป็นเงินของที่อื่นซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่อดีตเจ้าอาวาสรูปก่อนก็คือหลวงพ่อพระครูสกลธรรมสาธกท่านมรณะภาพ อาตมภาพในนามเลขานุการเจ้าคณะแขวงมาปฏิบัติหน้าที่เป็นประธานในการดำเนินงานพระราชทานเพลิงศพและรู้เรื่องราวการบริหารวัดประชาระบือธรรมมาด้วยดีตลอด แต่ในส่วนของเงินที่ชาวบ้านในจังหวัดหนองบัวลำพูทำหนังสือมาทวงถามนั้น เงินก้อนนั้นอาตมาไม่รู้มาก่อนว่าท่านนำเงินมาแล้วไม่คืนเขาหรือมีมูลเหตุอะไรที่ไม่คืน ทางอาตมภาพและทางคณะสงฆ์ไม่ทราบ ตอนนี้มาเห็นหลักฐานเอกสารทุกอย่างจึงได้มีการสอบสวนตามที่ได้มีข่าวแจ้งไปในสื่อออนไลน์ที่ได้รัยข้อมูลข่าวสาร
ในส่วนเงินที่เอามาตามที่มีหนังสือแจ้งคือหนึ่งล้านสองแสนกว่าบาทและมีการใช้คืนไปทำสัญญากันไปแล้วกับทางชาวบ้านในส่วนนั้นวัดและเจ้าคณะปกครองอันนี้ไม่ทราบ เพราะเป็นการตกลงร่วมกัน แต่ว่าในส่วนการนำเงินไปใช้ในเรื่องส่วนตัวกับวัดจะขอชี้แจงเฉพาะในส่วนที่กล่าวอ้างว่านำเงินไปจัดงานศพอดีตเจ้าอาวาสวัดประชาระบือธรรมอันนั้นจริงเพราะในตอนนั้นวัดเราไม่มีเงินเลย ในบัญชีวัดมีเงินแค่สองพันกว่าบาทและในขณะนั้นมีท่านเพียงรูปเดียวที่คณะสงฆ์ให้ความเชื่อใจก็เสนอท่านเป็นผู้รักษาการณ์
ท่านจึงอาสาว่าจะขอนำเงินมาให้การช่วยเหลือในการหยิบยืมก่อนจำนวนสามแสนบาทก็มีคณะกรรมการเซ็นรับทราบและมีคณะกรรมการในการเซ็นทั้งยืมทั้งคืน จนคืนหมดไปแล้วในจำนวนสามแสนบาท เราตอบได้เฉพาะในจำนวนที่เรายืมไปส่วนการนำเงินไปใช้จ่ายอย่างอื่นนี้เราไม่ทราบว่าท่านไปใช้อย่างไร แต่ในฐานะที่อาตมภาพเป็นเลขานุการเจ้าคณะแขวงก็นำหนังสือรายงานนำเรียนเจ้าคณะปกครองตามลำดับให้ทราบว่าจำนวนเงินหนึ่งล้านสองกว่าบาทท่านใช้จ่ายอย่างไรบ้างซึ่งมีในรายงานท่านเขียนเองสรุปรายงานเจ้าคณะปกครองตามลำดับ

