หน้าแรกเศรษฐกิจ-การเงินภาวะการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ไทย ประจำวันที่ 23 กันยายน 2564

ภาวะการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ไทย ประจำวันที่ 23 กันยายน 2564

SET ปิดบวก 4.73 จุดแกว่ง Sideway ระหว่างรอผลประชุมเฟด-ปัจจัยลบยังกดดัน ด้าน SCB ปรับโครงสร้างใหญ่ตั้งโฮลดิ้ง SCBX ก้าวสู่กลุ่มธุรกิจเทคฯ การเงินระดับภูมิภาค

SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,619.59 จุด เพิ่มขึ้น 4.73 จุด (+0.29%) มูลค่าการซื้อขาย 79,028.45 ล้านบาท นักวิเคราะห์ฯ เผยตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่ง Sideway รอผลประชุมเฟด คาดส่งสัญญาณปรับลด QE ลุ้นหากยังไม่รีบลดอาจทำให้ตลาดหุ้นกลับมา แต่หากลดมากกว่าคาดอาจทำให้ตลาดฯปรับลงต่อ และยังมีประเด็นโอกาสสหรัฐปรับขึ้นภาษีนิติบุคคลเป็นแรงกดดันอีก รวมทั้งแนวโน้มงบการเงินไตรมาส 3/64 ของภาคธุรกิจทั้งสหรัฐและไทยไม่ค่อยดี ส่วนปัญหาหนี้เอเวอร์แกรนด์ก็คลายกังวลลง แนวโน้มพรุ่งนี้คาดตลาดหุ้นไทยแกว่งไซด์เวย์ ให้แนวรับ 1,592- 1,600 จุด แนวต้าน 1,635-1,640 จุด

ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่จัดตั้งโฮลดิ้งภายใต้ชื่อ SCBX (เอสซีบี เอ็กซ์) เพิ่มความคล่องตัวและขีดความสามารถในการแข่งขัน มุ่งสู่กลุ่มบริษัทเทคโนโลยีการเงินระดับภูมิภาคสร้างบริษัทสู่หลากธุรกิจการเงินและแพลตฟอร์ม วางรากฐานรองรับบริบทใหม่ของโลก

“หลังจากสามปีนี้ SCB จะไม่เท่ากับธนาคารอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นกลุ่มบริษัทที่มีธุรกิจการเงินและแพลตฟอร์มทางเทคโนโลยี(technology platform} ที่หลากหลาย สามารถตอบสนองความต้องการใหม่ของผู้บริโภคและสามารถแข่งขันกับคู่แข่งในระดับโลกได้อย่างทัดเทียม เพื่อสร้างมูลค่าใหม่ให้กับผู้ถือหุ้นทดแทนธุรกิจธนาคารที่อาจจะมีผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงไปได้อย่างทันท่วงที” นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธานกรรมการบริหาร SCB กล่าว

นายกิติชาญ ศิริสุขอาชา ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์รายย่อย บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งตัว sideway ระหว่างรอผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ขณะที่ตลาดหุ้นจีนปรับตัวขึ้นมาหลังลบไปในช่วงเช้าน่าจะคลายความกังวลปัญหาหนี้ของไชน่า เอเวอร์แกรนด์ กรุ๊ป จากที่รัฐบาลจีนเขามาช่วยระดับหนึ่ง โดยราคาหุ้นไชน่า เอเวอร์แกรนด์ ปรับตัวลงไปกว่า 80% ถือว่าตอบรับไปพอสมควรแล้ว

ส่วนการประชุมเฟด คาดว่าจะส่งสัญญาณปรับลดวงเงินซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE Tapering) ซึ่งจะทราบในวันพรุ่งนี้ตามเวลาในประเทศไทย โดยตลาดฯ คาดว่า เฟดจะลด QE ลง 1-1.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ/เดือน ซึ่งหากรอบนี้เฟดไม่รีบปรับลด QE แต่ไปประกาศในเดือน พ.ย.64 ตลาดหุ้นจะกลับมา แต่หากเฟดลด QE มากกว่าคาดก็อาจทำให้ตลาดก็ปรับตัวลงต่อ

แม้ว่าจะผ่านเรื่องปรับลด QE ไปได้แต่ก็ยังมีประเด็นโอกาสที่สหรัฐจะปรับขึ้นภาษีนิติบุคคลกดดันอยู่ โดยเดือน ก.ย.-ต.ค.น่าจะเห็นความผันผวนตลาด เพราะผลประกอบการของบริษัทเอกชนในสหรัฐน่าจะออกมาไม่ดีนัก รวมถึงบริษัทจดทะเบียนของไทยเนื่องจากไตรมาส 3/64 ซึ่งน่าจะได้รับผลกระทบมาตรการล็อกดาวน์ แต่ขณะนี้สถานการณ์ผ่อนคลายมากขึ้นแล้ว

แนวโน้มตลาดในวันพรุ่งนี้ คาดแกว่งตัว sideway รอความชัดเจนการประชุมเฟด พร้อมให้แนวรับ 1,592 และ 1,600 จุด แนวต้านที่ 1,635 และ 1,640 จุด

สิริวรรณ ลีลาประกอบชัย : ภาพและเรียบเรียง

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img