เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 18 กันยายน 2564 นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่าเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้รับหนังสือขอบคุณจาก”นางจีน่า ไรมอนโด  รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์สหรัฐอเมริกา” ในโอกาสที่นายจุรินทร์มีหนังสือแสดงความยินดีต่อการเข้ารับตำแหน่งของนางไรมอนโดก่อนหน้านี้

นางมัลลิกา กล่าวว่า ในหนังสือจากสหรัฐดังกล่าวนั้นทางสหรัฐอเมริการะบุว่า พร้อมที่จะทำงานร่วมกับประเทศพันธมิตรในอาเซียนและทั่วโลก เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจผ่านการขยายการค้าและการลงทุน โดยได้ย้ำว่าสหรัฐ และไทยมีประวัติศาสตร์การมีส่วนร่วมกันมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ครั้งการลงนามสนธิสัญญาไมตรี และการพาณิชย์ในปี 2376 หรือกว่า 188 ปีมาแล้ว และโดยที่สหรัฐอเมริกาอยู่ระหว่างการฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จึงพร้อมที่จะร่วมมือกับไทยในการพัฒนาความสัมพันธ์ทางการค้า และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจไทย-สหรัฐ ขณะเดียวกันสหรัฐฯบอกว่าสหรัฐฯเองก็ตระหนักถึงความสำคัญของการดำเนินความร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ไทย เพื่อให้เกิดประโยชน์เต็มที่กับการค้าระหว่างสองประเทศ ตลอดจนเพื่อช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจของภูมิภาค และของโลกต่อไป ” ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าว

นางมัลลิกา กล่าวด้วยว่า นายจุรินทร์ มีแนวนโยบายที่ให้ความสำคัญกับทุกข้อตกลงที่เกิดจากการเจรจาโดยเฉพาะในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาในฐานะรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของไทย นายจุรินทร์มีบทบาทอย่างสูงในการขับเคลื่อนการเจรจาด้านการค้าระดับต่างๆจนเป็นที่คุ้นเคยของวงการการทูตพาณิชย์ต่างประเทศและรัฐมนตรีด้านการพาณิชย์ในแต่ละประเทศ ทั้งความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค หรือ อาร์เซ็ป Regional Comprehensive Economic Partnership: RCEP คือความตกลงเขตการค้าเสรี ระหว่าง 10 ชาติสมาชิกอาเซียน และ 5 ประเทศคู่เจรจา ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ซึ่งนายจุรินทร์เป็นประธาน และ AEM หรือ รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ที่เพิ่งประชุมร่วมผ่านไป

“ในช่วงที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ไทยและสหรัฐอเมริกามีการหารือกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจการค้าเป็นระยะ ผ่านทั้งเวทีการหารือระดับทวิภาคี ที่เรียกว่าการประชุมคณะมนตรีภายใต้กรอบความตกลงการค้าและการลงทุน TIFA ที่เน้นการแลกเปลี่ยนความคืบหน้าการดำเนินนโยบายและมาตรการทางการค้า ตลอดจนการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างกัน และเวทีการหารือระดับภูมิภาคอาเซียน  ซึ่งเน้นการจัดทำแผนงานความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ช่วงปี 2564-2565 ครอบคลุมประเด็นสำคัญ เช่น การค้าดิจิทัล การอำนวยความสะดวกทางการค้า การเสริมสร้างความพร้อมให้กับวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย ในการประกอบธุรกิจออนไลน์และการค้าดิจิทัล เป็นต้น ซึ่งกิจกรรมความร่วมมือต่างๆ ที่จัดขึ้นภายใต้แผนงานดังกล่าวก็เพื่อส่งเสริมให้เกิดความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระหว่างอาเซียน-สหรัฐฯ” นางมัลลิกา กล่าว

ทางด้าน นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยเพิ่มเติมเรื่องนี้ด้วยว่า ในช่วง 7 เดือนแรกมกราคม-กรกฎาคม ของปี 2564 ด้วยนโยบายของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์นายจุรินทร์ ให้เร่งรัดและผลักดันการค้ารวมทั้งเร่งรัดการเจรจาที่ประเทศไทยจะได้ประโยชน์การค้า ทำให้ระหว่างไทยกับสหรัฐฯ มีมูลค่ารวม 971,031.83 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 6.19 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นการส่งออกจากไทยไปสหรัฐฯ 715,092.87 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 18.71 และนำเข้าจากสหรัฐ 255,938.96 ล้านบาท หดตัวลงร้อยละ 17.99 โดยสินค้าส่งออกจากไทยไปสหรัฐฯ เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์อุปกรณ์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ และสินค้าที่ไทยนำเข้าจากสหรัฐฯ เช่น น้ำมันดิบ เคมีภัณฑ์ แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ