เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 2 กันยายน 2564 นายเมธา มาสขาว  เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) นายจำนงค์ หนูพันธ์  ประธานขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-Move) น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ กลุ่มรัฐธรรมนูญก้าวหน้า นายนันทพงศ์ ปานมาศ แกนนำเครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย และนายคุณานนท์ คุณานุวัตน์ พร้อมทนายความ ได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.อธิชย์ ดอนนันชัย รอง ผกก. (สอบสวน)​ สน.นางเลิ้ง เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา กรณีกลุ่มไทยไม่ทน จัดกิจกรรมทางการเมือง ช่วงระหว่างเดือนมิถุนายน – กรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมา นอกจากผู้ที่ถูกกล่าวหาทั้งหมดแล้ว ยังมีนายธนัตถ์ ธนากิจอำนวยหรือไฮโซลูกนัท เดินทางมาให้กำลังใจด้วย

ด้าน นายเมธา กล่าวว่า วันนี้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา จัดการชุมนุมภายหลังที่ทางกลุ่มไทยไม่ทนจัดการชุมนุมที่สะพานผ่านฟ้า ก่อนเคลื่อนขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน, 26 มิถุนายน, 3 กรกฎาคม และ 11 กรกฎาคม ในข้อหาละเมิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เราขอปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด เพราะถือว่า การที่เจ้าหน้าที่ใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นข้อกล่าวหานั้น เป็นการใช้เพื่อกลั่นแกล้ง​ทางการเมือง การใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้น ประกาศใช้เพื่อแก้โรคระบาดไม่ใช่แก้เพื่อการชุมนุม ในการชุมนุมเรามีการป้องการตรวจคัดกรองผู้เข้าร่วมชุมนุมตามมาตรฐาน สคบ. จะเห็นว่าที่ผ่านมาไม่ปรากฎว่ามีผู้ชุมนุมติดเชื้อโควิด-19 แต่อย่างใด ในทางกลับกันรัฐบาลกลับไม่ดูแลประชาชนและทำให้มีผู้เสียชีวิตและติดเพิ่มขึ้นจำนวนมาก

ด้าน น.ส.ธิษะณา กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ตนเองต้องขึ้นปราศรัย เพราะต้องการจะใช้พื้นที่ในการรณรงค์เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ​บางมาตรา หากไม่ออกมาชุมนุมปราศรัยก็ไม่สามารถทำให้ประชาชนทราบถึงเจตนารมย์ได้ จึงเป็นที่มาทำให้ประชาชนลงรายชื่อผ่านโชเชียลกว่าแสนราย ย้ำว่าการออกมาปราศรัยเรียกร้องไม่ได้ผิดรัฐธรรมนูญที่พึงกระทำได้

ด้านนายธนัตถ์หรือไฮโซลูกนัท กล่าวว่าเดินทางมาให้กำลังใจผู้ที่ถูกออกหมายเรียกพร้อมยืนยันว่าผู้ชุมนุมจัดกิจกรรมไม่มีการติดโควิด-19 มีการดูแลและปฏิบัติตามกฎระเบียบของกระทรวงสาธารณสุข แตกต่างกับรัฐบาลโดยเฉพาะคลัสเตอร์ของ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ คลัสเตอร์สถานบันเทิงทองหล่อและนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ที่คลัสเตอร์งานวันเกิดย้อนหลังที่สุโขทัย พร้อมเรียกร้องว่าหากรัฐบาลจะดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมขอให้รู้ว่าทุกคนเป็นพี่น้องกันจึงต้องดำเนินคดีกับทุกคนที่ออกมาชุมนุมเรียกร้อง

นายสมชาย หอมลออ ทนายความสิทธิมนุษยชนอาวุโส เปิดเผยว่าเบื้องต้นทั้งหมดให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และจะทำหนังสือคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษร​ยื่นต่อพนักงานสอบสวนต่อไป

สำหรับกลุ่มไทยไม่ทน ถูกหมายเรียกทั้งหมด 32 คน บางส่วนได้เดินทางมารับทราบข้อหาไปก่อนหน้านี้แล้ว