(9 ก.ค. 69) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดตัวคณะทีมผู้บริหาร ได้แก่ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คณะที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ภายหลังจากการเข้ารับตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คนที่ 17 ในวาระการดำรงตำแหน่งเป็นสมัยที่ 2 อย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งได้แถลงแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายเร่งด่วนเพื่อเดินหน้าพัฒนาพื้นที่และคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างต่อเนื่อง ณ บริเวณสนามหญ้า ด้านหน้าหอพระพุทธนวราชบพิตรศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า เขตพระนคร

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เปิดเผยว่า สำหรับงานวันแรกหัวใจคือต้องถอด 261 นโยบายออกมาให้เป็นแผนปฏิบัติงาน และมีตัวชี้วัดที่ชัดเจน เพื่อให้ข้าราชการและลูกจ้างทุกคนรู้หน้าที่ตัวเอง สำหรับโครงการต่าง ๆ ที่ยังคงค้างอยู่จะต้องเร่งดำเนินงานต่อในทันที เช่น เรื่องการออกกฎระเบียบต่าง ๆ เรื่องศูนย์เด็กเล็ก ซึ่งกทม.มีข้อบัญญัติแล้ว จึงต้องออกระเบียบเพื่อให้สามารถสนับสนุนศูนย์เด็กเล็กของเอกชนได้ การรับคนป่วยเพิ่มขึ้นของศูนย์บริการสาธารณสุข หากศูนย์ใดที่ยังรับได้ไม่ถึงหมื่นก็ต้องปรับขยายขึ้น เพราะเรามีนโยบายที่จะเพิ่มบัตรทองให้เป็น 1,300,000 คน ส่วนการปรับระบบรอหมอที่กำหนดว่าจะรอไม่เกิน 1 ชั่วโมงนั้น คาดว่า 100 วัน จะทำได้สำเร็จ ทั้งนี้ในช่วง 100 วันแรก แต่ละโครงการจะมีความก้าวหน้าขึ้น รวมทั้งเรื่องที่ค้างมาจากช่วงหาเสียงและเป็นเรื่องที่คนกังวลคือ เรื่องความทุจริตโปร่งใสเกี่ยวกับลู่วิ่งที่ต้องไปดำเนินการต่ออย่างเข้มงวด การเปิดเผยข้อมูลที่เป็น Machine Readable เรื่องโรงขยะอ่อนนุช ตลอดจนต่างด้าวที่มาแย่งงาน เหล่านี้จะเป็นเรื่องที่ต้องเร่งดำเนินการเพื่อตอบโจทย์พี่น้องประชาชนให้เร็วที่สุด
นอกจากนี้ ยังมีนโยบายปลูกต้นไม้ 2 ล้านต้น คาดว่า 100 วันแรก ต้องปลูกอย่างน้อย 100,000 ต้นให้ได้ ประกอบกับช่วงฤดูฝุ่นที่จะมาถึง จะมีการตั้งศูนย์จัดการเผาแบบครบวงจรดูแลกรุงเทพ-ปริมณฑล ขยายการใช้ Low Emission Zone (LEZ) ให้ครอบคลุมรถปิกอัพและรถ 4 ล้อ ซึ่งต้องเริ่มทำทันที

ขณะเดียวกัน จะมีการเพิ่ม Adaptive Signaling อีกจำนวน 10 ทางแยก ปรับปรุงป้ายรถเมล์ 300 จุด แบ่งเป็นป้ายเสาเดี่ยว 200 ป้ายและแบบศาลา 100 หลัง และจากที่มีจุดเสี่ยงน้ำท่วม 737 จุด จะแก้ไขเพิ่มอีก 100 จุด ภายใน 100 วัน รวมถึงเตรียมความพร้อมอุโมงค์ระบายน้ำประเวศที่จะทำเชื่อมจากคลองประเวศมาที่บึงหนองบอน จะเร่งดำเนินการเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องโซนลาดกระบัง
ด้าน Traffy Fondue จะเริ่มทำเชิงรุก คือ ใช้ระบบออกไปตรวจควบคู่กับให้ประชาชนแจ้งเข้ามา และสามารถตรวจสอบความคืบหน้าการสอบสวนเรื่องทุจริตคอร์รัปชันของข้าราชการ เพื่อให้ประชาชนติดตามความคืบหน้าของแต่ละเคสได้ รวมถึงเดินหน้าเสนอข้อบัญญัติเข้าสภาฯ เช่น ข้อบัญญัติการปรับปรุงอาคารเก่า ข้อบัญญัติสนับสนุนโรงเรียนผู้สูงอายุ ข้อบัญญัติเกี่ยวกับดูแลคนไร้บ้านซึ่งปัจจุบันเราไปดูแลคนไร้บ้านที่นอนบนถนนไม่ได้ จึงพยายามจะช่วยนำส่งไปยังพื้นที่ที่เหมาะสมได้อย่างไร ตลอดจนข้อบัญญัติเกี่ยวกับการจัดการขยะต้นทาง ส่วนเรื่องหาบเร่แผงลอยจะเริ่มประชุมคณะกรรมการหาบเร่แผงรอยให้เร็วที่สุด เพื่อจะดูเกี่ยวกับเพิ่มพื้นที่ขายที่เหมาะสม อาจมีจุดผ่อนผันขนาดย่อย โดยย้ำว่าทั้ง 261 นโยบาย 100 วัน ต้องมีผลงานทุกอัน
สำหรับการขับเคลื่อนกรุงเทพมหานครสู่การเป็นเมืองระดับโลกนั้น ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวย้ำว่า หัวใจของเมืองคือเรื่องเศรษฐกิจ ซึ่งเศรษฐกิจในเมืองมี 2 ส่วน คือ เศรษฐกิจระดับที่เป็นบริษัทใหญ่ ๆ ซึ่งมี 8,000 บริษัท และเศรษฐกิจฐานราก SME ซึ่งมี 500,000 กว่าคน ซึ่งต้องดูแลควบคู่ทั้ง 2 ส่วน และอาจต้องปรับแก้เรื่องกฎระเบียบต่าง ๆ ที่ไม่จำเป็นออก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ เพราะหัวใจของ 4 ปีนี้ ต้องเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ เอากฎหมายที่ล้าสมัยทิ้งออกไป ส่วนเรื่องการปราบทุจริตคอร์รัปชัน ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ยืนยันว่า 4 ปีที่ผ่านมา เชื่อว่าทำได้ดีขึ้นมาก ตัวเลขต่าง ๆ ชี้ว่าเราทำได้ดีขึ้นและต้องทำต่อ และยกให้เรื่องการปราบทุจริตคอร์รัปชันเป็นอันดับ 1 แม้เรื่องเล็กน้อยก็ไม่ละเว้นต้องเอาให้หมด เรื่องที่ค้างอยู่ก็ต้องเต็มที่

สำหรับรายชื่อคณะผู้บริหารและทีมงานในชุดนี้ ประกอบด้วย รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จำนวน 4 คน ได้แก่
- รศ.ดร.วิศณุ ทรัพย์สมพล
- รศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช
- ศานนท์ หวังสร้างบุญ
- พรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์
สำหรับคณะที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จำนวน 9 ตำแหน่ง ประกอบด้วย
- จักกพันธุ์ ผิวงาม ประธานที่ปรึกษาฯ
- พล.ต.อ.อดิศร์ งามจิตสุขศรี
- ดร.นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร
- พล.อ.อ.นพ.ทวีพงษ์ ปาจรีย์
- ดร.สุภรธรรม มงคลสวัสดิ์
- เอกวรัญญู อัมระปาล
- ดนุดา จิวจินดา
- ลัพธวรรณ ลีรพงษ์กุล
- ณัฐพัชร ทวีวรรณบูลย์
เลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คือ คุณานพ เลิศไพรวัลย์
ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย
- สิทธิชัย อรัณยกานนท์
- ยุทธนา ปัญจธนศักดิ์
- ภาพพิมพ์ พิมมะรัตน์
- นริศรา สื่อไพศาล
“ทีมของเรามีคนรุ่นใหม่เข้ามามาก เชื่อว่าถึงเวลาที่ต้องให้คนรุ่นใหม่ที่มีความคิดสร้างสรรค์เข้ามามีส่วนร่วมทางการเมือง และมีผู้มีประสบการณ์ช่วยกำกับดูแล นำจุดแข็งของทั้ง 2 ส่วนมาผสมผสานกัน เพื่อสร้างผลประโยชน์ให้กับกรุงเทพมหานครให้ได้มากที่สุด” ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าว
ทั้งนี้ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เป็นผู้ชนะการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ด้วยคะแนนเสียงความไว้วางใจจากประชาชนรวมทั้งสิ้น 1,537,784 คะแนน และเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอย่างเป็นทางการ วันนี้จึงเข้าดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในวาระสมัยที่ 2

