วันที่ 28 กรกฎาคม 2564  พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ด้วยปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 มีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ และผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลหลายรายต่อวันทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทย โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มีความห่วงใยข้าราชการตำรวจในสังกัดที่ปฏิบัติหน้าที่ภายใต้ภาวะการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จึงมอบหมายให้ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  (รอง ผบ.ตร.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปม.ตร.) กำชับการปฏิบัติของข้าราชการตำรวจทุกหน่วย ให้มีมาตรการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ไว้ ณ ที่ทำการ หน่วยบริการ หรือหน่วยที่สัมผัสประชาชน โดยจัดเตรียมและติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 เช่น เครื่องวัดอุณหภูมิ ฉากกั้น เจลแอลกอฮอล์ ชุดป้องกันการติดเชื้อ (PPE) และจัดพื้นที่การปฏิบัติให้เหมาะสม เว้นระยะห่างเพื่อลดการติดต่อหรือสัมผัสกับผู้ติดเชื้อ รวมทั้งทำความสะอาดฆ่าเชื้อพื้นที่ที่ให้บริการอย่างสม่ำเสมอ โดยให้ผู้บังคับบัญชาจัดให้มีวัสดุอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ประจำตัวกำลังพลประจำผลัด ประจำชุดปฏิบัติการให้ครบถ้วน และกำชับให้ข้าราชการตำรวจใช้ในการปฏิบัติหน้าที่

สำหรับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้ปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นตอนการปฏิบัติ Standard Operation Procedure (SOP) แต่ละสายงาน และถือปฏิบัติตามมาตรการ D-M-H-T-T-A ของกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งมาตรการปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง (Work from Home) หรือการปฏิบัติงานเหลื่อมเวลาในแต่ละวันทำการอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ ต้องไม่เสียหายต่อราชการและการให้บริการประชาชนโดยเด็ดขาด รวมทั้งกำชับให้บังคับใช้กฎหมายกรณีมีการฝ่าฝืนข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 คำสั่งและประกาศที่เกี่ยวข้อง เช่น ห้ามออกนอกเคหสถาน การชะลอการเดินทางออกนอกพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดไปยังพื้นที่อื่น ห้ามมิให้มีการมั่วสุมชุมนุมหรือทำกิจการในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคตามมาตรการที่กำหนดอย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ ให้กองบัญชาการตำรวจภูธร และกองบังคับการภูธร (บช.ภ.) และ (บก.ภ.จว.) และกองบังคับการ (บก.) ในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สง.ผบ.ตร.) ตั้งกลุ่มไลน์ระดับ บช./ภ. และ บก./ภ.จว. เพื่อประสานงานกรณีข้าราชการตำรวจในสังกัดติดเชื้อหรือกักตัว เข้าสู่ระบบสาธารณสุข และติดตามอาการอย่างใกล้ชิด โดยมีรองผู้บัญชาการ (รอง ผบช.) ที่รับผิดชอบ และรองผู้บังคับการ (รอง ผบก.) ที่รับผิดชอบ เข้าร่วมกลุ่มไลน์เป็นผู้ควบคุม กำกับ ดูแล และหากพบว่ามีข้าราชการตำรวจในสังกัดหรือครอบครัวติดเชื้อโควิด-19 ให้ผู้บังคับบัญชาระดับไม่ต่ำกว่า ผกก. หรือ หน.สน./สภ. รับผิดชอบ ควบคุม กำกับ ดูแลในการเข้าถึงระบบสาธารณสุข การรับการรักษาที่สถานพยาบาล การแยกกักตัว (Home Isolation, Community Isolation) ตลอดจนการดูแลช่วยเหลือด้านสวัสดิการ การช่วยเหลืออื่นๆ ตามขีดความสามารถ กรณีเกิดปัญหาไม่สามารถดำเนินการได้ให้รายงานตามลำดับชั้นถึง บก./ภ.จว. บช./ภ. และ ตร. เพื่อขอรับการสนับสนุนโดยเร่งด่วน

กรณีข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่หรือครอบครัวข้าราชการตำรวจที่พักอาศัยในพื้นที่กทม. และปริมณฑล ติดเชื้อโควิด-19 ให้ประสานกับ พ.ต.อ.หญิง รชยา บุรพลพิมาน หน.หน่วยรับผู้ป่วยใน โทรศัพท์ 098-5524699 เวลา 08.00-16.00 น. หรือหน่วยรับผู้ป่วยใน รพ.ตร. โทรศัพท์ 02-2076000 ต่อ 10277 และ 10279 ID line 0924253838 เวลา 08.00-24.00 น. เพื่อขอเข้ารับการรักษาใน รพ.ตร. โดยให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ ควบคุม กำกับ ดูแล และกวดขัน ตรวจสอบ ประเมินผลอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง เพื่อป้องกันและลดการติดเชื้อโควิด-19 ของข้าราชการตำรวจและครอบครัว

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนผลการปฏิบัติของข้าราชการตำรวจที่มีจิตอาสา ช่วยนำผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ไปยังโรงพยาบาล โรงพยาบาลสนาม  สถานพยาบาล หรือศูนย์พักคอย ปัจจุบันมีทั้งสิ้น 17 ราย แบ่งเป็น กองบัญชาการตำรวจนครบาล จำนวน 3 ราย ตำรวจภูธรภาค 1 จำนวน 3 ราย ตำรวจภูธรภาค 2 จำนวน 1 ราย ตำรวจภูธรภาค 4 จำนวน 1 ราย ตำรวจภูธรภาค 1 จำนวน 2 ราย และตำรวจภูธรภาค 7 จำนวน 1 ราย