พระสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรือ พระพุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม และอดีตแกนนำ กปปส. โพสต์ข้อความเฟสบุ๊คส่วนตัว ‘หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara)‘ ถึงกรณีที่พุทธะอิสระให้สัมภาษณ์ผ่านรายการของสถานีโทรทัศน์สปริงนิวส์ กรณีกรรมการมหาเถรสมาคม สายธรรมกายทุจริตเงินอุดหนุนการศึกษา ว่า พวกลิ่วล้อธรรมกาย ต่างพากันดาหน้าเข้ามาโพสต์ เข้ามาด่าพุทธะอิสระกันอย่างเนื่องแน่นพาดพิงใคร ก็พาดพิงไปเถิด แต่ระวังอย่าบังอาจมาพาดพิงสถาบันและสมเด็จพระสังฆราช บางก็อวดอ้างความดีของเจ้าลัทธิที่ต้องหนีคดี เพราะถูกใส่ร้ายประมาณว่า หลวงพ่อไม่ผิด หลวงพ่อถูกใส่ร้าย มีคนอิจฉาหลวงพ่อ บางก็เข้ามาโพสต์ว่า เจ้าลัทธิธรรมกายเป็นที่รักของต่างชาติ ถึงขนาดประเทศสหรัฐฯ รับเขาเป็นพลเมืองสหรัฐฯ ไปแล้ว ประมาณว่าเหมือนๆ กับพวกอลัชชี สมีปาราชิกอย่างเณรคำ ยันตระอะไรประเภทนั้น ซึ่งคนพวกนี้ทราบว่า เวลามีอำนาจวาสนา ร่ำรวยก็จะโอนเงินเข้าไปฝากไปลงทุนในสหรัฐจำนวนมาก ถือเป็นการเปิดทางให้รับตนเข้าเป็นพลเมืองของประเทศ ตามเงื่อนไขที่เขากำหนด

พระพุทธะอิสระ กล่าวต่อไปว่า ลิ่วล้อบางคนก็เข้ามาคอมเมนต์ด่าพุทธะอิสระแถมยังอวดอ้างอีกว่า 300 คดีของธรรมกายล้วนถูกถอนไปหมดแล้ว เพราะหมดอายุความ อ้างว่าอัยการสั่งไม่ฟ้อง บางกลุ่มก็ออกมาอ้างว่า ดีเอสไอ ถอนคดีเจ้าคุณเสนาะออกจากสารระบบไปแล้ว ทั้งที่โดยข้อเท็จจริงแล้ว การที่ ดีเอสไอ ถอนคดีออกจากสารระบบมิได้หมายความว่าเจ้าคุณเสนาะไม่ผิด มีประเด็นที่ต้องวินิจฉัย คือหากไม่ผิดทำไมเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ต้องประกาศเรี่ยไรหาเงินไปคืนสำนักงบประมาณล่ะ ประเด็นที่สอง เมื่อทางผู้เสียหายได้เงินคืนแล้ว และผู้ต้องหาได้ฆ่าตัวตายหนีความผิดไปแล้ว จะให้เจ้าหน้าที่ ดีเอสไอ ไปฟ้องผีหรือไง ที่อ้างมั่วๆ มานี่มันแสดงให้เห็นถึงความปัญญาอ่อนของคนเผ่าพันธุ์นี้ และก็มักจะเป็นเช่นนี้มาตลอด ถึงได้สวดคาถามหาละรวย ชิตังเมโป้งรวยกริ่งๆ ยังไงล่ะ คิดดูเอาก็แล้วกัน โง่หรือไม่โง่ขนาดถูกหลอกขายต้นดาวรวย ต้นละหมื่น ก็ยังขายได้ ทั้งที่ท้องตลาดเขาขายกันต้นไม่ถึง 10 บาท อย่างนี้ไม่โง่แล้วจะเรียกว่าอะไร แต่ที่รับไม่ได้เลยคือพวกวิปริต จิตอกตัญญู ไม่รู้คุณสถาบันบังอาจจาบจ้วงล่วงเกินสถาบัน และปรามาสพระสังฆราช ดูท่าคนพวกนี้มันชักจะลามปาม หัวงอกหางโผล่กันใหญ่แล้ว คงจะพยายามแสดงให้สังคมเห็นว่า พวกมันคิดยังไงต่อสถาบันอยู่หรือไม่ หรือใกล้เลือกตั้ง เลยกระดี๊กระด๊าคิดว่าพวกกูจะทำอะไรก็ได้ถ้ามีประชาธิปไตย และไอ้ที่เข้ามาด่าว่าพุทธะอิสระแล้วพาลไปพาดพิงสมภารวัดบวรองค์ปัจจุบันกล่าวหาว่าเขาทุจริตนั้น พุทธะอิสระไม่รู้สึกอะไร ส่วนผู้ถูกใส่ร้ายเขาจะตามเช็คบิลหรือไม่ สุดแท้แต่

พระพุทธะอิสระ กล่าวเพิ่มว่า ถึงเวลานั้นพุทธะอิสระหวังว่าคงไม่ได้ยินคำว่า “ผมผิดไปแล้ว ไม่มีเจตนา ขอความเมตตาให้อภัย” เหมือนกับที่แล้วๆ มาอีกนะ ส่วนจะเข้ามาเหยียบหยามดูถูกพุทธะอิสระ ด้วยสารพัดข้อกล่าวหา พุทธะอิสระพอรับได้ แต่อย่ามาบังอาจพาดพิงถึงสถาบันและสมเด็จพระสังฆราช ไม่เช่นนั้นพุทธะอิสระจะจัดหนัก จัดเต็มให้อย่างชนิดที่พวกคุณคาดไม่ถึงทีเดียวล่ะ อย่าคิดนะว่าใช้หน้าเฟสปลอมแล้วจะไม่สามารถตามตัวมาฟ้องได้ หากโลกนี้ยังมีอาชีพแฮกเกอร์อยู่คุณคงหนีไม่พ้นดอก ไม่ว่าจะไปหลบอยู่หลืบไหนของโลกใบนี้ ซักวันหนึ่งก็ต้องโผล่หัวออกมาจากรูจนได้ เพราะฉะนั้นอย่าเหิมเกริมนัก การที่พวกคุณเข้ามารุมด่าฉัน มันก็ไม่ได้ช่วยให้ข้อกล่าวหาของเจ้าลัทธิคุณได้รับการพิสูจน์ มันมิได้มีประโยชน์ต่อคดีของธัมมชโยเจ้าลัทธิพวกคุณด้วยซ้ำ และคดีของเจ้าลัทธิคุณก็หาได้น้อยลงไปไม่ หรือคุณคิดว่าคำด่าของพวกคุณ จะทำให้ฉันหยุดสาวไส้เน่าของขบวนการทุจริตเงินทอนวัดลดลงไปได้ อย่าฝันไปเลย ยิ่งด่าพุทธะอิสระของยิ่งขึ้น ยิ่งเร่งขยายผล เปิดโปงอลัชชีไส้เน่ามากยิ่งขึ้น ก็บอกแล้วไงของแรง

พระพุทธะอิสระ กล่าวทิ้งท้ายว่า ขอย้ำว่าหากจะด่า ก็ด่าเฉพาะพุทธะอิสระ แต่อย่าลามปามไปถึงสภาบัน หากว่างมากนักก็ไปตามตัวเจ้าลัทธิธรรมกายมาขึ้นศาลคดีใหม่ที่พุทธะอิสระแจ้งความร้องทุกข์ เอาไว้กับดีเอสไอ อีกทั้งอัยการสั่งฟ้องแล้วด้วยจะดีกว่า และคงไม่ต้องมาอ้างอีกนะว่า รอบ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยก่อน ก็ขนาดบ้านเมืองยังไม่เป็นประชาธิปไตยพวกคุณยังคุยโตว่า ดีเอสไอ อัยการ ปล่อยให้คดีธรรมกายประมาณ 300 กว่าคดีหมดอายุความไปแล้วเลยและถ้าบ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยขึ้นมาจริงๆ พวกคุณคงได้ใช้สันดานเดิม คือจ่ายเงินเป่าคดี เหมือนอย่างที่เคยทำมาแล้วเมื่อครั้งปี 42 หรืออย่างนี้ล่ะที่สังคมเขาถึงได้ตราหน้าว่า พวกคุณคือพวกอีแอบ ไม่กล้าสู้ความจริงยังไงล่ะเก็ทไหม

“ที่จริงพุทธะอิสระไม่คิดจะมาต่อล้อต่อเถียงกับพวกคุณนักดอก หากพวกคุณไม่บังอาจมาแตะต้องสถาบัน” พระพุทธะอิสระ กล่าว

[fb_pe url=”https://www.facebook.com/buddha.isara/posts/10156232776053446″ bottom=”30″]