เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 14 มิถุนายน 2564 ที่ ตร.นางจินดาหรา วสินทรัพย์ ภรรยาของนายโกศล เรืองดุก หรือเสี่ยโกศล นักธุรกิจค้าขายหอยและรับซื้ออาหารทะเลรายใหญ่ของ อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยนายไพศาล เรืองฤทธิ์ ทนายความและนายจีรพันธ์ เพชรขาว หรือ หมอปลา เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เพื่อทวงถามความคืบหน้าคดีที่ เสี่ยโกศล ถูกอุ้มหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยและซึ่งเชื่อว่า เป็นการฆาตกรรม และศาลได้ออกหมายจับ นายสุรัตน์ เศวตศิลป์ อายุ 43 ปี กับพวกรวม 8 คน ในความผิดฐานความผิดร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน,ร่วมกัน มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพเพื่อปิดบังการตายหรือเหตุ แห่งการตาย และ​ข้อหาอื่น ๆ อีกหลายข้อหา โดยมี พ.ต.อ.สมโภช สุวรรณจรัส รองผู้บังคับการอำนวยการ สพฐ. เป็นตัวแทนรับมอบหนังสือดังกล่าว

ทนายไพศาล กล่าวว่า ที่ต้องเดินทางมาวันนี้เนื่องจากพนักงานสอบสวน​ต้องรายงานความคืบหน้าคดีให้กับผู้เสียหายทราบภายใน 30 วัน แต่ผ่านมา 28 วันแล้วยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ ประกอบกับต้องการทราบข้อเท็จจริง โดยอ้างมีข้อมูลว่าได้มีการยื่นคำร้องยกเลิกหมายจับออนไลน์ นายสุรัตน์ เศวตศิลป์ 1 ใน8 ผู้ต้องหาที่ถูกออกหทายจับจริงหรือไม่และมีเหตุผลอะไร รวมถึงต้องการความชัดเจนว่า นายสุรัตน์ ได้เข้ามอบตัวหรือถูกจับกุมตามที่มีกระแสข่าวหรือไม่หากจับกุม​แล้วควรเปิดเผยต่อมวลชน อีกทั้งทราบว่าคดีนี้ ผบ.ตร.มีคำสั่งโอนสำนวนมาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้วจึงอยากทราบว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบและทางผู้เสียหายต้องติดตามคืบหน้าจากใคร  อีกทั้งคดีนี้ทราบว่าตำรวจกองปราบปรามฯ ซึ่งมีหมายจะลงพื้นที่เข้าตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหาแต่กลับถูกเลิกภารกิจ จึงเกิดความสงสัยว่าในเมื่อเป้าหมายมีแล้วแต่ทำไม่จับกุมและที่ติดใจคือประชาชนในพื้นที่เห็นคนร้ายแต่ตำรวจกลับไม่เห็นและไม่ดำเนินการใด ๆ ส่วนการร้องขอให้คุ้มครองพยานก็ยังไม่ดำเนินการ จนทำให้ผู้เสียหายเกิดความหวาดกลัวจนต้องออกจากพื้นที่

ทั้งนี้ นายไพศาล กล่าวว่าหลังจากยื่นหนังสือที่ ตร. แล้วจะเดินทางไปยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อให้นายกรัฐมนตรีซึ่งกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีคำสั่งโดยตรงเพื่อทำให้คดีมีความชัดเจน ส่วนละเอียดสำคัญอื่น ๆ จะให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลเท่านั้น