เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2564 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีตามที่สื่อได้นำเสนอข่าว กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) มีการจับกุมและขยายผลเกี่ยวกับการรับจำนำปืนออนไลน์และตรวจยึดอาวุธปืนพกสั้นของทางราชการได้จำนวนหลายกระบอก ช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2564 ที่ผ่านมาว่า จากกรณีดังกล่าว พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผล.ตร) ได้รับทราบเรื่องแล้ว ได้กำชับและมอบหมายให้ พล.ต.อ.ปิยะ อุทาโย รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ลงไปกำกับดูแลพร้อมให้สำนักงานส่งกำลังบำรุง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สกบ.) ทำการตรวจสอบว่ามีการปฎิบัติและกำหนดมาตราการในการควบคุมและการตรวจสอบเกี่ยวกับการใช้อาวุธปืน เครื่องกระสุนสืนและวัตถุระเบิดของทางราชการ เป็นไปตามหนังสือ ตร.ด่วนที่สุด ที่ 0008.421/ว44 ลงวันที่ 30 กันยายน 2559 หรือไม่

อีกทั้งได้กำชับสั่งการให้ผู้บังคับบัญชาทุกหน่วย ทุกพื้นที่ ลงไปตรวจสอบ กำกับดูแลตรวจสอบ  คลังอาวุธและยุทธภัณฑ์ของหน่วย พร้อมมีมาตรการป้องกัน ดูแลเก็บรักษาอาวุธปืน เครื่องกระสุนและวัตถุระเบิดของทางราชการให้เป็นไปตามคำสั่งและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ห้ามนำอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนฯ ของทางราชการไปก่อให้เกิดความเสียหายชำรุดหรือสูญหาย หากผู้บังคับบัญชาในต้นสังกัดปล่อยปละละเลยไม่ใส่ใจลงไปกำกับดูแล จนเกิดข้อบกพร่อง จะพิจารณาโทษด้วยเช่นกัน

สำหรับกรณี กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) มีการจับกุมและขยายผลเกี่ยวกับการรับจำนำปืนออนไลน์และตรวจยึดอาวุธปืนพกสั้นของทางราชการได้จำนวนหลายกระบอก นั้น ขณะนี้ทาง กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) และกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 (บช.ภ.7) ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมเพื่อทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้ว หากผลการตรวจสอบพบว่ามีมูลและเกิดข้อบกพร่องก็จะดำเนินการทางวินัยและทางอาญากับข้าราชการตำรวจที่เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาดต่อไป

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอฝากเตือนไปถึงข้าราชการตำรวจทุกสังกัด ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลรักษา เบิกจ่าย หรือเป็นผู้เบิกใช้อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนฯ ของทางราชการ ขอให้เคร่งครัดในการปฎิบัติตามระเบียบ คำสั่ง ที่เกี่ยวข้อง หากไม่ปฎิบัติตามแล้วเกิดข้อบกพร่อง อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนของทางราชการ เกิดชำรุด หรือสูญหาย  ท่านจะถูกดำเนินคดีทั้งทางวินัยและทางอาญาจนถึงที่สุด