พระสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรือ พระพุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม และอดีตแกนนำ กปปส. โพสต์ข้อความเฟสบุ๊คส่วนตัว ‘หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara)‘ กล่าวถึงกรณีที่ ดี้ นิติพงษ์ ห่อนาค นักแต่งเพลงชื่อดัง โพสต์ข้อความในเพจเฟสบุ๊ค ‘Nitipong Honark’ กล่าวโจมตีกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยมีในตอนหนึ่งได้ระบุว่า “พวกที่ไม่รักสงบ ชอบเคลื่อนไหว ไม่รู้แม่งเป็นสันนิบาตหรือเปล่า ต้องเคลื่อนไหว เพื่อให้บ้านเมืองไม่สงบ… แล้วก็ไม่รู้ว่าพวกแม่งเหล่านั้น มันทำมาหากินอะไร…ฉันนึกไม่ออกจริงๆ ถึงได้มีแต่เคลื่อนไหวๆๆๆๆๆๆๆ” ซึ่งพระพุทธะอิสระ กล่าวต่อประเด็นดังกล่าวว่า “ฉันเห็นด้วยกับคุณ”

พระพุทธะอิสระ กล่าวต่อไปว่า ยิ่งเห็นภาพพวกนักศึกษาไม่รู้ดีรู้ชั่ว ไม่กี่คนออกมายืนชูป้ายมีถ้อยคำว่า “ชาวจุฬารักลุงตู่ (เผด็จการ)” ซึ่งมีการขีดกากบาททับคำว่าลุงตู่ เพื่อมาแสดงให้นายกฯเห็น โดยขณะนั้น เจ้าหน้าที่และทีมรักษาความปลอดภัยพยายามกันออกไปในทันที และดึงกระดาษออกจากมือจนขาด ขณะเดียวกันนายกฯ ได้ตะโกนบอกไปว่า “ปล่อยเขาเถอะ อย่าไปทำร้ายอะไรเขา ปล่อยเขาๆ ถ้าเขาไม่เข้าใจ ก็ปล่อยเขาไปนะ ปล่อยไปเถอะ คนเก่ง เยี่ยม เก่งมาก เวลาประเทศเสียหายก็ออกมาด้วยนะ” พร้อมทั้งยกมือชูนิ้วโป้งให้ ก่อนเดินขึ้นรถ ยิ่งทำให้พุทธะอิสระสงสัยว่า ทีตอนเพื่อนๆ นักศึกษารามของพวกเขาถูกล้อมยิง ลอบทำร้าย ทั้งกลางวันกลางคืน ทั้งที่อยู่ในมหาลัยรามคำแหงด้วยซ้ำพวกนักศึกษาพวกนี้ ทำไมไม่ไปยืนถือป้ายประท้วงรัฐบาลยิ่งลักษณ์กันบ้าง หรือว่าถ้าเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งแล้ว จะปล่อยให้ลูกน้องมาไล่ฆ่าใครก็ได้

พระพุทธะอิสระ กล่าวต่อว่า ฉันยังจำเหตุการณ์ในวันนั้นได้ดี เย็นวันที่ 30 พฤศจิกายน 2556 มีคนโทรมาหาคนติดตามฉัน พูดเสียงระล่ำระลัก แสดงความตื่นตระหนกหวาดกลัวขอให้หาทางช่วยเหลือพวกเขาออกจากวงล้อมของพวกมือปืนเสื้อแดง ที่ลอบทำร้ายนักศึกษา ขณะอยู่ในมหาลัย เย็นวันนั้นฉันจึงรับปากพวกเขาว่า เดียวจะรีบเดินทางเข้าไปหาที่มหาลัย เพื่อหาทางช่วยเหลือ ยังจำได้ติดตาไม่ลืมว่า เวลาทุ่มเศษๆ ฉัน หมวดกุด ดาบแสบ เจ้าวาริน และผู้ติดตามอีก 2 คน นั่งรถ 2 คัน ไปแถวมหาลัยรามคำแหง พลรถเริ่มเข้าใกล้มหาลัยภาพที่เห็นคือ มีควันดำที่เกิดจากการเผายางรถยนต์ กองอยู่ในพื้นผิวถนนเป็นระยะๆ มีชาวบ้านผูกผ้าเหลืองอยู่ที่ศีรษะ ยืนจับกลุ่มพูดคุยกันอยู่เป็นกลุ่มๆ บางกลุ่มก็ตั้งด่านคอยกันรถ ห้ามไม่ให้เข้าไปในมหาลัยราม ด้วยเหตุผลว่า อาจจะเกิดอันตรายจากมือปืนนิรนาม ที่มองไม่เห็นเพราะมันซุ่มดักยิงอยู่ในที่สูง ฉันเปิดกระจกแสดงตนแล้วบอกว่า จะเข้าไปพูดคุยให้กำลังใจ หาทางช่วยเหลือพวกนักศึกษาที่ถูกล้อมกรอบ ในขณะนั้นหูยังได้ยินเสียงปืนอยู่เป็นระยะๆ อีกทั้งยังพบภาพที่ไม่คิดว่าจะได้พบในเมืองหลวงคือ ซากรถบัสถูกไฟเผาไหม้และรถจักรยานยนต์ที่เหลือแต่ซาก ถูกกองทิ้งไว้บนพื้นผิวจราจรตลอดทางที่ไปมหาลัยรามคำแหง ไม่พบเห็นตำรวจแม้แต่คนเดียวทั้งที่มีเหตุการณ์รุนแรงขนาดนี้

พระพุทธะอิสระ กล่าวด้วยว่า บรรยากาศเหมือนกับบ้านป่า เมืองเถื่อน ไม่มีใครเป็นที่พึ่งของประชาชนและนักศึกษา ที่กำลังถูกล้อมกรอบล้อมยิงได้เลยในเวลานั้น เห็นบรรยากาศเช่นนี้จึงรู้ได้ทันทีว่า พวกนักศึกษารามทำไมถึงได้หวาดกลัวนัก กว่าจะเข้าไปถึงมหาลัยรามได้ก็ต้องถูกทักทาน ห้ามปรามจากประชาชนผู้หวังดีหลายกลุ่มหลายครั้ง เมื่อเดินทางมาถึงหน้ามหาลัยราม เจ้ากุดได้โทรประสานให้แกนนำนักศึกษาออกมารับที่หน้าประตูทางเข้า ทุกคนที่ได้เห็นพุทธะอิสระ ต่างแสดงความยินดี ฉันได้ถามพวกเขาว่า ทำไมพวกคุณไม่กลับบ้าน ได้รับคำตอบว่า ออกไปไม่ได้ จักถูกลอบทำร้าย ลอบยิง มีเพื่อนๆ ออกไปแล้วถูกลอบยิงมาจากทิศไหนก็ไม่รู้ ล้มลงต่อหน้าต่อตาเลย นักศึกษาทุกคนจึงไม่มีใครกล้าออกไป

“เหตุการณ์ที่หยิบมาเล่านี้ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ในมหาลัยรามคำแหง ยุคสมัยคุณปู ยิ่งลักษณ์เป็นนายกมาจากการเลือกตั้ง อยากถามว่า ทำไมพวกนักศึกษาที่มาถือป้ายประท้วงลุงตู่ ถึงได้ไม่ไปยกป้ายประท้วงอดีตนายกปู ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร บ้างในเวลานั้น”

[fb_pe url=”https://www.facebook.com/buddha.isara/posts/10156214049308446″ bottom=”30″]