ศาสตราจารย์ ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊ค ‘กนก วงษ์ตระหง่าน (Kanok Wongtrangan)‘ กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ว่า ตลอด 10 ปีที่ตนทำงานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ สิ่งที่สังเกตเห็น คือ เด็กและเยาวชนในพื้นที่เชื้อสายมลายูจำนวนมากสามารถพูด อ่าน เขียนภาษาไทยได้ ส่งผลให้การสื่อสารกับคนในพื้นที่เกิดความเข้าใจและสะดวกมากขึ้น ในอีกด้านหนึ่งคือเด็กและเยาวชนพูดภาษามลายูได้น้อยลง ความจริงแล้วพื้นที่ 3 จังหวัดนี้มีความได้เปรียบที่สำคัญด้านภาษา คือคนในพื้นที่จะคุ้นเคยกับภาษาถึง 4 ภาษา ได้แก่ ไทย มลายู อาหรับ และอังกฤษ ถ้าเรานำความได้เปรียบนี้มาใช้หรือต่อยอดให้เกิดประโยชน์ ภาษา 4 ภาษานี้จะเปิดศักยภาพของการพัฒนาในด้านต่างๆอีกมาก

ศาสตราจารย์ ดร.กนก กล่าวต่อไปว่า ในด้านการแต่งกาย จะเห็นว่าเด็กและเยาวชนยังคงรักษาอัตลักษณ์การแต่งกายไว้ได้ดีโดยเฉพาะผู้หญิง การใส่ผ้าคลุมศรีษะที่เรียกว่า”ฮิญาบ”ยังคงเห็นเป็นปกติ อย่างก็ตามเสื้อยืดกางเกงยีนส์เป็นที่นิยมอย่างกว้างขวางทั้งชายและหญิง การแต่งกายที่เห็นสะท้อนถึงการผสมผสาน(fusion)ระหว่างอัตลักษณ์เดิมกับความสมัยใหม่อย่างกลมกลืน เมื่อมองพื้นที่ 3 จังหวัดในมิติของภาษาและการแต่งกาย จะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน การเปลี่ยนแปลงนี้น่าจะให้”ข้อคิด” และ”แบบแผน”สำหรับการสร้างสันติสุขของการอยู่ร่วมกันบนความหลากหลายทางวัฒนธรรมได้

“ส่วนคำตอบของแต่ละคนหรือเจ้าหน้าที่รัฐจะเป็นอย่างไรเป็นสิ่งที่ผมไม่สามารถไปชี้นำได้ครับ” ศาสตราจารย์ ดร.กนก กล่าว

[fb_pe url=”https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=1780540595338369&id=109167605809018″ bottom=”30″]