หน้าแรกกระบวนการยุติธรรม“จตช.หิน” เผย ผู้การฯ จังหวัดสั่ง!!! กักยาม 14 วัน ‘สารวัตร’ สืบฯ ภูธรจังหวัดอุดรฯ ฐานประพฤติไม่เหมาะสม

“จตช.หิน” เผย ผู้การฯ จังหวัดสั่ง!!! กักยาม 14 วัน ‘สารวัตร’ สืบฯ ภูธรจังหวัดอุดรฯ ฐานประพฤติไม่เหมาะสม

เมื่อ 28 เมษายน 2564 พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ (จตช.) เปิดเผยถึง กรณีที่ปรากฏข่าวเผยแพร่ทางสื่อมวลชน กรณีที่ปรากฏคลิป พ.ต.ท.อรรคพล ยี่เกาะ สว.กก.สส.ภ.จว.อุดรธานี  แต่งเครื่องแบบเต้นล้อเลียนนักร้องประเทศเพื่อนบ้าน เผยแพร่ปรากฏทางสื่อแขนงต่าง ๆ พร้อมกับคลิปพาภรรยานั่งเฮลิคอปเตอร์ที่มีการเผยแพร่ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน จนเป็นที่วิจารณ์ถึงความเหมาะสมจากสังคม โดยต่อมา พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้สั่งการให้  จตช. ติดตามดำเนินการการ โดย พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี (ผบก.ภ.จว.อุดรธานี) ได้มีคำสั่งให้ พ.ต.ท.อรรคพล ไปปฏิบัติราชการประจำศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี โดยให้ขาดจากตำแหน่งและสังกัดเดิม พร้อมตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง และให้รายงานผลใน 7 วัน  นั้น

ความคืบหน้าล่าสุด ขณะนี้ได้รับรายงานความคืบหน้าจาก พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี (ผบก.ภ.จว.อุดรธานี)  ว่า ได้พิจารณาผลการสืบสวนข้อเท็จจริงทางวินัย ทั้ง 2 กรณีแล้ว พบว่า กระทำผิดจริง จึงมีคำสั่ง ตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี (ภ.จว.อุดรธานี) ที่ 286 /2564 ลงวันที่  27 เมษายน 2564 และ คำสั่ง ตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี (ภ.จว.อุดรธานี) ที่ 287/2564 ลงวันที่  27 เมษายน 2564 ลงโทษ  พ.ต.ท.อรรคพล ยี่เกาะ ฐานประพฤติตนไม่เหมาะสม ให้กักยาม โดยการสั่งให้ควบคุมตัวใน กก.สส.ภ.จว.อุดรธานี โดยกักไว้ในเขตพื้นที่ที่กำหนด กระทงละ 7 วัน รวม 2 กระทงเป็น 14 วัน ซึ่งเป็นการลงทัณฑ์สูงสุดในอำนาจ ผบก.ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาต้นสังกัด เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่ตำรวจอื่น ต่อไป

พล.ต.อ.วิสนุ  กล่าวว่า   ทางสำนักงนตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ไม่ได้เพิกเฉยต่อการแสดงออกของตำรวจที่ทำให้สังคมเกิดความไม่สบายใจ ซึ่งเมื่อพบว่าผิด ก็ต้องลงโทษทางวินัย ตามน้ำหนักของความผิด และฝากกำชับถึง ข้าราชการตำรวจทุกนาย ให้ปฏิบัติตามข้อสั่งการของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ซึ่งได้ทำ วีดีทัศน์คู่มือแนะนำแนวทางปฏิบัติในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของข้าราชกาตำรวจ อย่างเคร่งครัด ซึ่ง ผบ.ตร.ได้เคยย้ำว่า การเป็นข้าราชการตำรวจนั้น นอกจาก”สิทธิส่วนบุคคล”แล้ว ยังมีคำว่า “หน้าที่ความรับผิดชอบ”เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งต้องให้ความสำคัญทั้ง 2 เรื่อง ในน้ำหนักที่เท่ากัน และ ต้องคิดก่อนทำว่า ทำแล้ว เป็นประโยชน์ต่อทางราชการ หน่วยงาน องค์กร หรือสังคมอย่างไร ซึ่งในแนวทางการใช้สื่อสังคมออนไลน์ ฯ ก็ระบุสิ่งที่ทำแล้ว เป็นเรื่องสร้างสรรค์ และเป็นประโยชน์ไว้  5 ข้อ และสิ่งที่ทำแล้ว เกิดความเสียหายต่อสถาบัน องค์กร หน่วยงาน หรือบุคคลอื่นไว้ 9 ข้อ ให้ตำรวจทุกนายกลับไปทบทวนให้ดี หากมีข้อบกพร่องเช่นนี้อีก จะอ้างว่า รู้เท่าไม่ถึงการณ์ไม่ได้

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img