เมื่ออายุย่างเข้าสู่วัย 60 “เกษียณ” อาจเปรียบเสมือนปลายทางสำหรับคนทำงานหลายๆ คนที่เหน็ดเหนื่อยมาหลายสิบปี เพื่อจะมีโอกาสได้ใช้เวลาในช่วงบั้นปลายดูแลตัวเองและใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัว หากแต่ยังมีอีกหลายคนที่กลับรู้สึกว่า “ชีวิต” ไม่จำเป็นต้อง “หยุดนิ่ง” เมื่อก้าวสู่วัยเกษียณ แต่กลับเป็นช่วงเวลาแห่งการเปิดโลกและ อาจกลายเป็นประตูที่นำทางไปสู่โอกาสใหม่ๆ ของชีวิตด้วยก็เป็นได้ เฉกเช่น เดชา เจริญกิจขจรไชย หนุ่มใหญ่วัย 65 ปีที่ยังคงหาเลี้ยงชีพด้วยการขับแกร็บคาร์ และ วิชัย เติมธนวัฒน์ อดีตผู้จัดการฝ่ายขายในบริษัทยาชั้นนำวัย 72 ที่ผันตัวมาขับรถส่งอาหารกับแกร็บฟู้ด ทั้งสองไม่ปล่อยให้อายุที่ล่วงเลย เป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้ และเปิดรับประสบการณ์ครั้งใหม่ในชีวิต

เรียนรู้ที่จะ ‘ปรับตัว’
เดชา เจริญกิจขจรไชย คุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวที่ทุ่มเททั้งชีวิตให้กับการทำงานเพื่อหาเลี้ยงลูก 3 คนจนสามารถเรียนจบปริญญา เขาผ่านร้อนผ่านหนาวและอุปสรรคชีวิตต่างๆ มามากมาย แต่ยังคงไม่คิดจะหยุดพัก โดยเล่าว่า “พออายุมากขึ้น ผมหันกลับมามองตัวเองและตั้งคำถามว่าถึงเวลาที่จะต้องหยุดพักหรือยังทำงานต่อไปได้ สำหรับผมแล้ว ถึงแม้จะส่งเสียลูกๆ ทั้งสามจนจบปริญญาตรี แต่บทบาทของความเป็นพ่อไม่เคยจบ ผมยังมีความฝันที่อยากจะซื้อบ้านสักหลังให้ลูก ยังอยากทำงานเพื่อสร้างความมั่นคงเพื่อให้เขาได้เติบโตอย่างมีความสุข จึงตัดสินใจว่าจะไปต่อในวัยเกษียณ ทุกวันนี้ผมถามตัวเองเสมอว่า
เรายังสามารถทำอะไรได้อีกบ้างเพื่อที่จะก้าวไปถึงฝันและจุดมุ่งหมายที่วาง
เอาไว้”

การเกษียณในแบบฉบับของผมคงไม่ใช่การหยุดพัก แต่เป็นการปรับเปลี่ยนจากการขับรถแท็กซี่ที่ทำมานานกว่า 12 ปี หันมาลองทำสิ่งใหม่ๆ ที่เปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้มากขึ้น ได้ปรับตัวเพื่อก้าวออกจากความเคยชินเดิมๆ ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไปทำให้เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทกับชีวิตช่วยอำนวยความสะดวก ส่งงานมาให้เราโดยตรง อายุมากขึ้นจะให้ขับรถวนทั้งวันเหมือนแต่ก่อนคงไม่ใช่ทางเลือกที่ดีอีกต่อไป ผมเลยลองรับงานผ่านแอปดู เพราะงานขับรถรับส่งผู้โดยสารถือเป็นงานที่ผมถนัด แถมยังเป็นช่องทางที่ทำให้มีรายได้ที่สมเหตุสมผล ชีวิตวัยเกษียณของผมจะไม่หยุดอยู่กับที่และจะยังสู้ต่อไปเพื่อลูก ตอนแรกๆ ยอมรับเลยว่าค่อนข้างทุลักทุเลอยู่บ้าง แต่หลังจากขับมาได้ 3 ปีก็คุ้นชินและใช้ได้คล่องมากขึ้น” เดชา เสริม

เรียนรู้ที่จะ ‘ไม่หยุดเรียนรู้’

อีกหนึ่งนักสู้ผู้เป็นแรงบันดาลใจให้กับใครหลายคน วิชัย เติมธนวัฒน์ อดีตผู้จัดการฝ่ายขายที่สั่งสมประสบการณ์การทำงานมากว่า 30 ปีคนนี้คือตัวอย่างของคำนิยามที่ว่า “อายุเป็นแค่เพียงตัวเลข” เพราะแม้จะผ่านชีวิตมาจนเข้าสู่วัย 72 ปีแต่ก็ยังมองว่าการเรียนรู้ไม่มีวันสิ้นสุด เขายังคงมองหาโอกาสในการทำงานเพื่อส่งต่อประสบการณ์ชีวิตและข้อคิดดีๆ “หลายคนอาจมองว่าวัยอย่างผมควรหยุดพักอยู่บ้านได้แล้ว แต่การได้ออกไปข้างนอกคือการเติมเต็มความสุขของผม ทำให้เราได้เปิดหูเปิดตาและหาประสบการณ์ใหม่ๆ มีโอกาสได้ถ่ายทอดและส่งต่อประสบการณ์ทั้งในชีวิตและการทำงาน เผื่อพวกเขาจะได้นำไปประยุกต์ใช้เพื่อเป็นประโยชน์กับชีวิตไม่มากก็น้อย ถือเป็นความสุขเล็กๆ และทำให้ชีวิตของผมมีสีสันในทุกๆ วัน แทนที่จะนั่งเหงาอยู่บ้านตัวคนเดียว บริษัทหลายแห่งไม่ค่อยอยากรับ แต่เพราะแกร็บไม่มีการจำกัดอายุ ผมจึงเลือกมาลองขับแกร็บฟู้ด โดยให้บริการรับ-ส่งอาหารในย่านปิ่นเกล้าซึ่งอยู่ใกล้บ้าน” อย่างตอนแรกผมเริ่มขับประมาณ 8 รอบต่อวัน แล้วขยับขึ้นมาเป็น 10 รอบ หรือมากสุดก็ 12 รอบ แต่ก็ต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัวและเปลี่ยนแปลงให้เข้ากับสถานการณ์และความพร้อมของร่างกายในแต่ละวัน พยายามหาจุดกึ่งกลางที่เรายังสามารถทำงานไหวและไม่ส่งผลต่อสุขภาพร่างกายมากนัก” แถมยังมีรายได้อีกด้วย”

เรียนรู้ที่จะ ‘เปิดโอกาสให้ตัวเอง’

“ถึงแม้อายุจะมากแล้ว แต่โอกาสก็ยังเข้ามาให้เราไขว่คว้าและต่อยอดได้เสมอ เพียงแค่เราเปิดใจรับสิ่งใหม่ๆ เราอาจจะได้ประสบการณ์ที่มันคุ้มค่ากับชีวิตก็เป็นได้” เดชา เสริมว่า “สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากประสบการณ์ชีวิตมาตลอด 60 ปีคือการที่เราจะต้องพร้อมเปิดรับโอกาสใหม่ๆ ให้ตัวเอง ได้ออกจากความเคยชินเดิมๆ ไม่หยุดอยู่กับที่ เพราะการเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด ไม่มีอะไรจะปิดกั้นเราได้ ขอแค่เปิดใจและให้โอกาสตัวเอง คำว่า ‘เกษียณ’ ก็จะไม่ใช่ปลายทางสำหรับคนอายุ 60 อีกต่อไป”

“ถ้าผมไม่เปิดโอกาสให้ตัวเองแล้วเลือกที่จะหยุดพักหรือเกษียณอายุเหมือนที่หลายๆ คนทำ ผมคงไม่มีโอกาสที่ได้เปิดโลกใบใหม่ ได้เจอกลุ่มเพื่อนต่างวัยแต่ใจเดียวกันแบบนี้ ทุกวันนี้ผมมีความสุขกับการได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดกับรุ่นน้องซึ่งเปรียบเสมือนลูกหลาน ได้ส่งต่อประสบการณ์การทำงานและการใช้ชีวิตกว่า 70 ปีของผมให้คนรุ่นหลังนำไปปรับใช้กับชีวิตของพวกเขา” วิชัย ทิ้งท้าย

รู้หรือไม่?

•ในปี 2564 ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ โดยจะมีประชากรที่อายุมากกว่า 60 ปีจำนวนถึง 13.1 ล้านคน หรือคิดเป็น 20% ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ
• แกร็บ เปิดโอกาสให้คนไทยสามารถหารายได้เสริมจากการใช้แอปพลิเคชันในการรับส่งผู้โดยสารหรือจัดส่งอาหาร-พัสดุ โดยไม่จำกัดอายุ ปัจจุบัน พาร์ทเนอร์คนขับแกร็บที่มีอายุมากที่สุดคือ 79 ปี
• ปัจจุบัน พาร์ทเนอร์คนขับแกร็บในประเทศไทยที่มีอายุมากกว่า 60 ปีมีมากกว่า 2,600 คน
• ในช่วงปลายปี 2563 แกร็บ ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช) เพื่อร่วมส่งเสริมให้พาร์ทเนอร์คนขับแกร็บออมเงินกับ กอช. เพื่อเตรียมพร้อมรับวัยเกษียณ