ขอความร่วมมือ “งดสาดน้ำ”-“ปาร์ตี้โฟม” 

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 เมษายน 2564  ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.), พล.ต.อ.ปิยะ อุทาโย รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.), พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.)  ประชุมมาตรการดูแลความปลอดภัยช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2564 โดยมีข้าราชการตำรวจที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมด้วย ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง จึงเสร็จสิ้น

พล.ต.อ.สุวัฒน์ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า วันนี้ได้ประชุมร่วมกับ ผู้กำกับการ (ผกก.) ทั่วประเทศ 1.4 พันกว่าแห่ง รวมหน่วยสนับสนุนต่างๆ อาทิ ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตชด.  ตำรวจทางหลวง ตำรวจท่องเที่ยว ได้เน้นย้ำเรื่องการกำกับดูแลควบคุมสั่งการของผู้บังคับบัญชาระดับสถานี การเตรียมการในช่วงนี้ คือ อำนวยความสะดวกจราจร และดูแลความปลอดภัย ทั้งคนที่เดินทางออกต่างจังหวัด และคนที่ฝากบ้านไว้กับตำรวจ

โดยที่ผ่านมาได้ออกแผนรองรับสถานการณ์โควิด-19 ที่มาแทรกซ้อน รวมไปถึงบางพื้นที่มีปัญหาลักลอบข้ามแนวชายแดน มีแรงงานต่างด้าวไปอยู่เป็นกลุ่ม เป็นสถานที่ท่องเที่ยว มีสถานบริการ เป็นแหล่งที่คนไปรวมตัวอยู่จำนวนมาก บางพื้นที่มีปัญหาเรื่องการจราจร อุบัติเหตุต่างๆ ซึ่งวันนี้เป็นการกำชับให้ทำตามแผน ผกก. แต่ละโรงพัก ต้องไปควบคุมกำกับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของลูกน้อง การเตรียมกำลังพล อุปกรณ์ ออกแผนคำสั่ง จัดคนลงไปปฏิบัติหน้าที่ การกำหนดตัวชี้วัด

พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวว่า ปีนี้ทางรัฐบาลตั้งเป้าว่าอุบัติเหตุต่างๆ ต้องลดกว่าค่าเฉลี่ย 3 ปี ย้อนหลัง 5 เปอร์เซ็นต์ ในขณะเดียวกันเรื่องดูแลความปลอดภัย ซึ่งขณะนี้รัฐบาลได้ยืดอายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ควบคุมโควิด-19 ไปถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม 2564 และมีมาตรการภาพรวมออกมา ตำรวจก็ต้องไปดูมาตรการต่างๆ เช่น เรื่องไม่ให้รวมตัวกันสาดน้ำ ปาร์ตี้โฟม จึงฝากพี่น้องประชาชน ว่า เพื่อความปลอดภัยในเรื่องป้องกันการแพร่ระบาดของโรค รัฐบาลก็ขอร้องว่า ไม่ให้มี ต้องไม่มีเรื่องการรวมตัวกันสาดน้ำ แต่เรื่องประเพณีรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ อนุญาตให้มีได้ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19 ซึ่งตำรวจต้องไปร่วมกับหน่วยงานฝ่ายปกครอง อาสาสมัครต่างๆ ไปกวดขันประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจ ตักเตือน ไม่ให้มีเหตุพวกนี้ แต่หากยังฝ่าฝืน ก็ต้องบังคับใช้กฎหมาย

ผบ.ตร. ยังกล่าวถึงเรื่องการจุดตรวจจุดสกัด ว่า เป็นมาตรการที่พยายามออกแบบขึ้นมาเพื่อแก้ไขจุดบกพร่องที่ผ่านมาในอดีต ตอนนี้ยังอยู่ช่วงทดลอง ปรับแก้ แต่ไม่ว่ามาตรการจะดีแค่ไหน หากคนพยายามหาช่องทุจริต ก็ยากที่จะป้องกันได้ เพราะฉะนั้นถึงเน้นว่า ผกก. สถานีต้องรู้นิสัยลูกน้องตนเองว่า ใครเป็นแบบไหน แล้วหาวิธีแก้ไข ที่ผ่านมาตำรวจไม่แม่นยำเรื่องข้อกฎหมาย ก็พยายามจะจัดสอบมาตรฐานตำรวจ ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ หลายอย่างที่กำลังทำคิดว่าต้องดีขึ้นเรื่อยๆ ปีนี้ก็หวังว่า จะควบคุมอาชญากรรม และเรื่องความปลอดภัยด้านการจราจรได้ดีขึ้นกว่าเดิม รวมถึงมาตรการควบคุมโควิด-19 ด้วย

ด้าน พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า คาดการตัวเลขคนเดินทางออกต่างจังหวัดในช่วงเทศกาลสงกรานต์จะใกล้เคียงกับปี 2562 ขาออก ช่วงระหว่างวันที่ 9-11 เมษายน คาดว่าประมาณ 3.5 ล้านคน, ขากลับ ระหว่างวันที่ 15-18 เมษายน ประมาณ 3.7 ล้านคน

ทั้งนี้คนเดินทางออกต่างจังหวัดจะมากกว่าช่วงปีใหม่ 2564 ที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นวันหยุดยาว สำหรับการตั้งจุดตรวจช่วงสงกรานต์ จะเป็นไปตามนโยบาย ตร. คือ มีมาตรฐาน โป่รงใส ตรวจสอบฐาน ทั้งนี้จะมีการเสนอตั้งด่านตามมาตรฐาน เฉพาะด่านเมา 1.2 พันจุด และจุดตรวจกวดขันวินัยจราจร 1.7 พันแห่ง โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ขยายประเด็นนี้ ว่า เวลาจะตั้งด่านต้องมาลงบันทึกในระบบก่อนทุกครั้ง เวลาลงไปแล้วจะเห็นแต่ละจุดอยู่ตรงไหนบ้าง ทำให้เห็นภาพ ยืนยันว่าจะไม่มีภาพตั้งด่านซ้ำซ้อน หรือเจอด่านทุกๆ 3 กิโลเมตร

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวอีกว่า ทาง ผบ.ตร. ให้ความสำคัญสนองนโยบายรัฐบาลเรื่องลดอุบัติเหตุ จึงมีโครงการจะให้รางวัลตำรวจแข่งขันกัน ที่ 1-3 ในระดับกองบัญชาการ (บช.) โดยประเมินจากตัวเลขการลดอุบัติเหตุ และรางวัลที่ 1-3 จากจังหวัดที่ไม่มีการตายเกิดขึ้น มอบรางวัลช่วงปลายเดือน เมษายน ในการประชุมบริหารประจำเดือน

ขณะที่ พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า โครงการฝากบ้านช่วงสงกรานต์ปีนี้ รับฝาก 10 วัน ตั้งแต่วันที่ 9-18 เมษายน 2564 ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วย เพื่ออำนวยคสามสะดวกไม่ต้องเดินทางมาที่สถานีตำรวจ และคาดว่าจำนวนน่าจะเยอะกว่าช่วงปีใหม่