วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2564 กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการสั่งการของ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป., พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงกลิ่น ผกก.2 บก.ป., พ.ต.ท.สิงห์ชัย ฐานไชยสิทธิ์, พ.ต.ท.วิญญู แจ่มใส, พ.ต.ท.กรกช ยงยืน, พ.ต.ท.นพรัตน์ คำมาก, พ.ต.ท.เนติวิทย์ ธนาสิทธิ์นิติกุล รอง ผกก.2.บก.ป., พ.ต.ท.ณธัชพงศ์ สินสิริยานนท์ สว.กก. 2 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 2 กก.2 บก.ป. ร่วมกันจับกุม นายภูวนาท (สงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 480/2563 ลงวันที่ 23 กันยายน 2563 โดยกล่าวหาว่ากระทำผิดฐาน “ร่วมกันจัดหางานให้คนงานไปทำงานต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันหลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถหางานหรือสามารถส่งไปฝึกงานในต่างประเทศได้และโดยการหลอกลวงดังกล่าวได้ไปซึ่งเงินหรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้ถูกหลอกลวง และร่วมกันฉ้อโกง”

กองปราบ

จากการตรวจสอบยังพบว่า นายภูวนาท มีหมายจับอื่นอีกจำนวน 9 หมาย ประกอบด้วย (1.) หมายจับศาลจังหวัดพระโขนง ข้อหา “ฉ้อโกง”, (2.) หมายจับศาลแขวงสมุทรปราการ ข้อหา “พ.ร.บ.เช็ค”, (3.) หมายจับ สน.อุดมสุข ข้อหา “พ.ร.บ.เช็ค” จำนวน ๕ หมายจับ ข้อหา “ฉ้อโกง” และ (4.) หมายจับ สภ.เดชอุดม ข้อหา “ร่วมกันจัดหางานให้คนงานไปทำงานต่างประเทศ”

โดยเมื่อประมาณวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 ได้มีกลุ่มผู้เสียหายจำนวนหลายราย เดินทางมาร้องเรียนที่กองปราบ ว่าถูกหลอกขายทัวร์ท่องเที่ยวต่างประเทศ ผ่านทางเฟซบุ๊กชื่อ “ทัวร์โดนตา ราคาโดนใจ” โดยมี สามี ภรรยาคู่หนึ่งได้ซื้อทัวร์ท่องเที่ยวเทศกาลตกปลาน้ำแข็งที่ประเทศเกาหลีใต้ เป็นเวลา 5 วัน 4 คืน จำนวนเงินรวม 32,800 บาท เมื่อถึงวันเดินทางได้มีการนัดหมายเจอกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ แต่ผู้เสียหายกลับไม่พบลูกทัวร์คนอื่นๆ เมื่อตรวจสอบชื่อและสายการบินกลับไม่มีรายชื่อบนเที่ยวบิน ส่วนเจ้าหน้าที่ของบริษัทที่มารับก็ฉวยโอกาสหลบหนีไป ผู้เสียหายจึงสืบหาข้อมูลเพิ่มเติมโดยพบว่ามีผู้เสียหายรายอื่นๆ ที่โดนหลอกในลักษณะเดียวกันอีกหลายราย

ผู้เสียหายอีกราย ได้ซื้อทัวร์ท่องเที่ยวไปยังประเทศออสเตรเลียจำนวน 3 ที่นั่ง มูลค่ารวมกว่า 3 แสนบาท แต่ผู้ต้องหาอ้างว่าพวกตนทำวีซ่าไม่ผ่าน และบ่ายเบี่ยงไม่คืนเงิน จึงเชื่อว่าถูกตุ๋นเช่นเดียวกัน หลังจากนั้นจึงได้รวมกลุ่มกันเข้าแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย

ต่อมา นายภูวนาท ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมดำเนินคดีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งภายหลังจากการถูกจับกุม  นายภูวนาท ได้ประกันตัวออกมา แล้วหลบหนีไม่มาศาลตามกำหนดนัด ศาลอาญาจึงได้ออกหมายจับนายภูวนาท ตามหมายจับดังกล่าว

เจ้าหน้าที่ ตำรวจ กก.2.บก.ป. ได้แกะรอยสืบสวน เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบทราบว่า ผู้ต้องหานี้มีหมายจับที่ต้องการตัวอีกหลายหมายจับ รวมถึงเป็นอดีตนักการเมือง เกรงว่าจะใช้วิธีการดังกล่าวไปหลอกหลวงประชาชาอีก

จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม พบว่า นายภูวนาภ ได้หลบหนีมาเช่าบ้านย่านบางขุนเทียน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการจับกุมนายภูวนาทฯ และนำตัวส่งศาลอาญาเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากการสอบถามนายภูวนาท ให้การปฏิเสธว่า ไม่ได้ตั้งใจที่จะหลอกกลุ่มนักท่องเที่ยวแต่อย่างใด แต่มีปัญหาที่ทัวร์ที่ต่างประเทศไม่สามารถติดต่อได้ ซึ่งในส่วนของเงินที่นักท่องเที่ยวจ่ายมาแล้ว ตนไม่สามารถคืนได้ทั้งหมด เนื่องจากตนทำธุรกิจหลายอย่างเช่น รับซื้อข้าวชาวนา บริษัทเพลง รวมถึงนำเงินไปลงเล่นการเมืองท้องถิ่น มีค่าใช้จ่ายจำนวนมาก และหมุนเงินไม่ทัน