นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวถึงประเด็นตามที่ปรากฏในโซเชียลมีเดียและสื่อสารมวลชนทั่วไปว่า มีกลุ่มนายทหาร 3 นายบุกเข้าไปในโรงแรมย่านป่าตอง จ.ภูเก็ต โดยอ้างการใช้อำนาจตามมาตรา 44 และคำสั่ง คสช.ที่ 13/2557 จนกลายเป็นข้อวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากของสาธารณะที่รับร็ข้อมูลข่าวสารดังกล่าว จนเป็นเหตุให้แม่ทัพภาคที่ 4 แถลงให้ทหารพระธรรมนูญ ฟ้องกลับผู้บริหารโรงแรมดังภูเก็ต และผู้โพสต์ หลังปล่อยคลิปกล่าวหา 3 ทหาร พร้อมแจ้งต้นสังกัดตรวจสอบพฤติกรรม 2 ตำรวจที่อยู่ในเหตุการณ์ว่า ไม่ปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจและเสนอให้ย้ายออกจากพื้นที่นั้น

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า กรณีดังกล่าว สังคมไทยจะเชื่อได้อย่างไรว่าฝ่ายใดถูก ฝ่ายใดผิด หากไม่ให้หน่วยงานที่เป็นกลาง หรือให้กรรมการอิสระเข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริง เพราะกรณีดังกล่าว เชื่อว่าน่าจะมีเบื้องหลังที่แต่ละฝ่ายบอกความจริงกันไม่หมด โดยเฉพาะคำพูดของผู้บริหารโรงแรม(นายวิศิษฐ์ เอี่ยววิโรจน์ฤทธิ์)ที่สะท้อนให้รู้ถึงความอัดอั้นตันใจต่อการใช้อำนาจหรือปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ในกรณีถูกพาดพิงว่าเป็นผู้มีอิทธิพล ทั้ง ๆ ที่เป็นผู้ประกอบการในธุรกิจโรงแรมธรรมดาทั่วไป ที่ย่อมมีอำนาจในการลงโทษพนักงานที่ขาดงานเกินกว่ากฎหมายกำหนดได้อยู่แล้ว ตามกฎหมายแรงงาน และหากพนักงานลูกจ้างไม่พอใจก็สามารถใช้สิทธิในการร้องเรียนกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน หรือฟ้องร้องต่อศาลแรงงานได้อยู่แล้ว แต่เหตุใดจึงไปร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรม โดยอ้างว่าถูกข่มขู่คุกคาม ซึ่งชอบที่ฝ่ายความมั่นคงจะต้องตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกให้ถ้วนถี่เสียก่อน ก่อนที่จะบุกเข้าไปพบผู้บริหารโรงแรมดังภูเก็ต จนกลายเป็นเหตุพิพาทกันตามมามากมาย และที่สำคัญเมื่อมีกรณีร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมในลักษณะนี้ทั่วประเทศ ทหารได้ออกมาพิสูจน์ข้อเท็จจริงแบบเดียวกับภูเก็ตทุกรายหรือเปล่า ? และควรนำเวลาทั้งหมดไปทุ่มสรรพกำลังในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนใต้จะดีกว่าหรือไม่

นายศรีสุวรรณ กล่าวด้วยว่า กรณีดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เห็นว่าการที่นายทหารทั้ง 3 นายบุกเข้าไปในโรงแรมย่านป่าตอง จ.ภูเก็ต โดยอ้างการใช้อำนาจตามมาตรา 44 และคำสั่ง คสช.ที่ 13/2557 ในสถานการณ์ที่ฝ่ายความมั่นคงและรัฐบาลกำลังเน้นการสร้างความปรองดอง และบ้านเมืองกำลังนับถอยหลังเข้าสู่โรดแม็ปการเลือกตั้ง และแม่ทัพภาคที่ 4 และโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ออกมาแถลงข้อมูลฝ่ายเดียว อาจไม่เป็นธรรมต่อคู่กรณีและหรือไม่เหมาะสมต่อการใช้อำนาจ สมาคมฯจึงจะนำความไปร้องเรียนต่อนายกรัฐมนตรี/หน.คสช. ให้ตั้งกรรมการอิสระขึ้นมาตรวจสอบคู่กรณีและเหล่านายทหารทั้งหมดที่เกี่ยวข้องต่อกรณีดังกล่าว เพื่อนำความจริงมาอรรถาธิบายให้ปรากฎต่อสาธารณชน รวมทั้งจะเสนอให้มีการ “ปฏิรูปทหาร” ตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติต่อไปด้วย

โดยสมาคมฯจะไปยื่นคำร้องในวันพฤหัสที่ 5 เมษายน 2561 เวลา 10.30 น. ณ ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน ตรงข้ามประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล (ตึก กพร.เดิม) ถ.พิษณุโลก กทม.

[fb_pe url=”https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=854165238041623&id=285420741582745″ bottom=”30″]