ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. , พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปราบปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. นายพีระพัฒน์ อิงพงษ์พันธ์ ผู้อำนวยการกองคดี 1 เป็นผู้แทนสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) ตัวแทนเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์หรือยูเออี แถลงความคืบหน้ากรณีตำรวจไทยบุกทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ย่านดราก้อน มาร์เก็ต ซึ่งเป็นย่านที่มีชาวต่างชาติอาศัยอยู่จำนวนมาก เมื่อวันที่19 มีนาคม ที่ผ่านมา สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 23 ราย คนไทย 22 คน และชาวใต้หวันอีก 1 คน หัวหน้าแก๊งค์ พร้อมของจำนวนมาก ทั้งวิทยุสื่อสาร โทรศัพท์ ฯลฯ

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวว่า ตำรวจไทยยังคงสืบสวนขยายผลต่อเนื่องไปทุกประเทศ ตามพยานหลักฐานที่มี ไม่ว่าจะเป็นมาเลเซีย จีน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่ผ่านมาได้บูรณาการกับทุกฝ่ายทั้งในและต่างประเทศ ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามนโยบางรัฐบาล ที่ต้องการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ผลการปฏบัติงานที่ผ่านมา สิ่งที่ทำให้ประชาชนพึงพอใจคือสามารถคืนเงินที่อายัดคืนให้กับผู้เสียหายได้ การปฏิบัติงานถือว่าประสบความสำเร็จ และตำรวจยังคงสืบสวนอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะมีฐานปฏิบัติการอยู่ไหน จะตามไปที่นั่น

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. กล่าวว่า ปฏิบัติการดังกล่าว ได้รับมอบหมายจาก ผบ.ตร และ พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ให้สืบสวนจับกุม คณะทำงานสืบทราบว่ามีฐานปฏิบัติการที่นครดูไบ โดยมีพฤติการณ์โทรมาหลอกลวงคนไทย เบื้องต้นจับกุมผู้ต้องหาได้ 23 คน เป็นชาวใต้หวัน 1 คน คนไทย 22 คน ส่งตัวมาไทยแล้ว จำนวน 18 คน ส่วนอีก 4 คน จะส่งตัวมาในวันพรุ่งนี้ สำหรับผู้ต้องหาที่จับกุมได้ทราบว่าเข้าไปอาศัยอยู่ในสหรับอาหรับเอมิเรตส์ยังไม่นาน ประมาณ1ปี เดินทางเข้าไปถูกต้องตามกฎหมาย แต่อยู่เกินระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดหรือโอเวอร์สเตย์ แก๊งนี้่สร้างความเสียให้กับคนไทยมูลค่าความเสียหายมากกว่า 100 ล้านบาท และมีการอายัดทรัพย์สินไปแล้ว สำหรับการหลอกลวงประชาชนในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ยังไม่พบข้อมูล เชื่อว่าแก๊งนี้เป็นกลุ่มแรกที่เข้าไปตั้งฐานปฏิบัติการในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ขณะนี้อยู่ระหว่างประสานขอหมายแดงกับผู้ต้องที่อยู่ต่างประเทศ