กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ธนาคารกรุงศรีอยุธยาจำกัด (มหาชน
มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 30.10-30.45 ต่อดอลลาร์เทียบกับระดับปิดแข็งค่าที่ 30.28 ต่อดอลลาร์เมื่อสัปดาห์ที่แล้วโดยนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยมูลค่า 5.9 พันล้านบาทแต่ขายพันธบัตรสุทธิ 8.1 พันล้านบาทโดยคาดว่าในระยะสั้นตลาดเงินอาจเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้นหลังราคาสินทรัพย์เสี่ยงปรับสูงขึ้นอย่างรวดเร็วตลอดทั้งเดือนพฤศจิกายนจากความชัดเจนของผลเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯและการพัฒนาวัคซีนซึ่งได้ผลเป็นที่น่าพอใจและยังมองว่านักลงทุนจะจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯอาทิดัชนีภาคบริการและการจ้างงานนอกภาคเกษตรการแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟดต่อคณะกรรมการในสภาสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 หลังชาวอเมริกันเดินทางมากขึ้นช่วงเทศกาลขอบคุณพระเจ้า

โดยรายงานการประชุมเฟดบ่งชี้ว่าเฟดอาจปรับเพิ่มอายุของพันธบัตรที่เข้าซื้อและเห็นควรว่าเฟดอาจจำเป็นต้องส่งสัญญาณชี้นำที่ชัดเจนมากขึ้นในอนาคตอันใกล้เกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลังนักลงทุนกลับเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยงต่อเนื่องในสัปดาห์ที่ผ่านมาด้วยปัจจัยหนุนจากภาพการเมืองสหรัฐฯราบรื่นมากขึ้นหลังฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีทรัมป์ได้เริ่มถ่ายโอนอำนาจให้แก่รัฐบาลภายใต้การนำของนายไบเดนนอกจากนี้การเจรจาBrexit และการเคลื่อนไหวของราคาทองคำซึ่งปรับฐานลงมาอยู่ที่ระดับต่ำสุดในรอบ 5 เดือนยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ตลาดให้ความสนใจ

สำหรับปัจจัยภายในประเทศตลาดจะให้ความสนใจกับสถานการณ์การเมืองและรายงานภาวะเศรษฐกิจเดือนตุลาคมซึ่งน่าจะยังคงสะท้อนการฟื้นตัวอย่างจำกัดโดยก่อนหน้านี้กระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่ามูลค่าส่งออกเดือนตุลาคมหดตัว 6.71% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนขณะที่ยอดนำเข้าลดลง 14.32% ทำให้ไทยเกินดุลการค้า 2.05 พันล้านดอลลาร์ทางด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังระบุว่ารัฐบาลสามารถบริหารจัดการหนี้สาธารณะและเงินงบประมาณรองรับการออกมาตรการทางการคลังเพิ่มเติมหากจำเป็นอีกทั้งแสดงความคาดหวังให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ดูแลเงินบาทต่อไปเพื่อสนับสนุนการส่งออกอนึ่งเราประเมินว่าค่าเงินบาทอาจแกว่งตัวออกด้านข้าง (Sideways) ในระยะนี้ขณะที่แนวโน้มระยะยาวยังคงแข็งค่าจากปัจจัยลบของเงินดอลลาร์เป็นสำคัญ