นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวถึงแถลงการณ์ของนายกรัฐมนตรีที่ประกาศบังคับใช้กฎหมายต่อผู้ชุมนุมอย่างเคร่งครัดว่า เป็นก้าวที่ผิดพลาดของนายกรัฐมนตรี หากยังไม่รับฟังความเห็นของประชาชนจะเป็นการถอยหลังลงหลุมทั้งในรัฐสภาและนอกรัฐสภา เพราะท่าทีของฝ่ายบริหารมีแต่ความแข็งกร้าว ไม่มีศิลปะในการบริการสถานการณ์ที่ต้องมีความรวดเร็ว-ช้า-หนักเบา ซึ่งบางเรื่องก็ไม่จำเป็นที่ต้องใช้ความรุนแรงและอ้างว่าเป็นไปตามสากล

และต่อไปนี้พรรคก้าวไกลและประชาชนสังคมจะย้ำถามหลักปฏิบัติสากลคืออะไร หลักจากไหน เพราะการชุมนุมที่ผ่านมาของราษฎรยังไม่มีทีว่าผู้ชุมนุมมีเจตนาที่จะสร้างความรุนแรงให้เกิดการสูญเสียต่อชีวิต หรือความเสียหายที่ถึงขั้นเปลี่ยนผู้ชุมนุมกลายเป็นผู้ก่อจลาจล แต่วิธีการคุมสถานการณ์นอกสภาเป็นการคุมการจลาจล ซึ่งไม่สมเหตุสมผลทำให้ต้องทีการตอบโต้จากเจ้าหน้าที่

ทั้งนี้ เห็นว่านายกรัฐมนตรีควรที่จะบริหารเพื่อหาทางออกให้สังคมได้บรรเทาความเก็บกดทางอารมณ์ที่มีเหตุจากปัญหาทางการเมือง อีกทั้งท่าทีของนายก รัฐมนตรีทั้งการปฏิบัติและการแถลงออกมา ไม่ว่าทางนิติธรรมและนิติรัฐ ที่ต้องเป็นตราชั่งที่เท่ากัน โดยเฉพาะการปฏิบัติต่อผู้ชุมนุม 2 กลุ่มที่มีมาตรฐานต่างกัน โดยเรียกร้องให้หาผู้กระทำผิดที่ใช้อาวุธปืนยิงผู้ชุมนุมให้ได้โดยเร็ว เพื่อไม่ให้เป็นที่ติฉินนินทาของสังคมว่ารัฐบาลเลือกปฏิบัติ เพื่อทรงความยุติธรรมของประเทศไม่ให้ลงหลุม

นอกจากนี้ เรียกร้องต่อพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ใช้ความละมุนละม่อม และใช้ศิลปะ บนหลักนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในเชิงการเมือง เศรษฐกิจ สังคม การศึกษา เพื่อผ่อนคลายความตรึงเครียดความเดือนร้อนของประชาชน แต่การบังคับให้คนอื่นฟังแต่ตัวเอง ไม่ได้เปิดให้เค้าได้พูดหรือแสดงออกไม่ได้เป็นทางออกของการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน และต้องใช้ความเข้าใจและประนีประนอมในการบริหารประเทศในขณะนี้