นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเผยถึงแนวทางการผลักดันบทบาทสตรีของรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมที่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ร่วมของประชาคมอาเซียนในการประชุมสุดยอดอาเซียนกับผู้นำสตรีอาเซียนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาซึ่งรัฐบาลได้เน้นย้ำการเสริมสร้างบทบาทสตรีที่ยั่งยืนโดยเสนอให้อาเซียนให้ความสำคัญต่อการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและเทคโนโลยีดิจิทัลรวมทั้งส่งเสริมให้สตรีมีบทบาทด้านสาธารณสุข
สำหรับประเทศไทยบทบาทสตรีด้านการสาธารณสุขนั้นมีความโดดเด่นในระดับโลก คือ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านบ้านหรืออสม.กว่าล้านคนซึ่งส่วนใหญ่เป็นสตรีโดยองค์กรสหประชาชาติยอมรับว่าเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งรัฐบาลจะเดินหน้าในการขยายเครือข่ายและเพิ่มบทบาทในการเชื่อมโยงชุมชนด้านอื่นในฐานะเป็นผู้ใกล้ชิดและเป็นที่ยอมรับของประชาชนด้วยกัน เช่น ช่วยนำข้อมูลเกี่ยวกับระบบสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ขั้นพื้นฐานสำหรับเด็กและครอบครัวผู้สูงอายุ ผู้พิการ สวัสดิการด้านที่อยู่อาศัยและด้านการรักษาพยาบาลและสุขภาพหากประชาชนมีความรู้ความเข้าใจก็จะสามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์มีคุณภาพชีวิตที่ดีโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางด้อยโอกาสมากไปกว่านั้นรัฐบาลจะดูแลในเรื่องการให้สวัสดิการเพื่อตอบแทนอุดมการณ์ของการเป็นจิตอาสาที่ตอนนี้เป็นต้นแบบที่หลายประเทศให้ความสนใจ
ทั้งนี้นางสาวรัชดากล่าวว่านายกรัฐมนตรีมีความภาคภูมิใจในบทบาทสตรีในการมีส่วนร่วมดูแลสังคมเป็นอย่างมากอีกทั้งได้หยิบยกขึ้นเป็นตัวอย่างในเวทีอาเซียนด้วยโดยเฉพาะผลงานที่เป็นที่ประจักษ์ในช่วงวิกฤติโควิด-19 มากไปกว่านั้นกลุ่มสตรียังเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นไม่ว่าจะเรื่องกิจกรรมทางการเกษตรและการผลิตสินค้าชุมชนซึ่งรัฐบาลมีความตั้งใจที่จะส่งเสริมศักยภาพสตรีให้มากขึ้น ผ่านการให้ความรู้เกี่ยวกับการตลาดการทำอีคอมเมิร์ซการพัฒนาสินค้าให้น่าสนใจซึ่งทั้งหมดนี้มีอยู่ในแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาสตรีที่ครอบคลุมในเรื่องการส่งเสริมสถานภาพสตรีและการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัวด้วย

