หน้าแรกกระบวนการยุติธรรมACSC เผยสัปดาห์เดียวเสียหายพุ่ง 481 ล้านบาท แม้คดีลดลง แต่เงินต่อเคสสูงขึ้น พบข่มขู่ทางโทรศัพท์แซงขึ้นอันดับ1 วัย 31-40 ปี ตกเป็นเหยื่อมากสุด

ACSC เผยสัปดาห์เดียวเสียหายพุ่ง 481 ล้านบาท แม้คดีลดลง แต่เงินต่อเคสสูงขึ้น พบข่มขู่ทางโทรศัพท์แซงขึ้นอันดับ1 วัย 31-40 ปี ตกเป็นเหยื่อมากสุด

วันที่ 16 ก.พ. ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. เปิดเผยสถิติคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ห้วงวันที่ 8-14 ก.พ.69 พบมีคดีรับแจ้งผ่านระบบ Thaipoliceonline จำนวน 7,290 คดี มูลค่าความเสียหายรวม 481,879,930 บาท เฉลี่ยวันละ 68.84 ล้านบาท แม้จำนวนคดีจะลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า แต่กลับพบว่าความเสียหายเพิ่มขึ้นกว่า 52,296,423 บาท ค่าเฉลี่ยความเสียหายต่อคดีพุ่งเป็น 66,101 บาท/เคส จากเดิม 54,759 บาท/เคส สะท้อนแนวโน้มคนร้ายปรับรูปแบบการหลอกลวง มุ่งสร้างความเสียหายต่อรายให้สูงขึ้น

สำหรับประเภทคดีที่พบมากที่สุดอันดับ 1 ยังคงเป็น หลอกซื้อขายสินค้าออนไลน์ คิดเป็น 71.6% ของคดีทั้งหม อันดับ 2 หลอกให้โอนเงินทำงานหารายได้พิเศษ อันดับ 3 ข่มขู่ทางโทรศัพท์ cต่หากวัดจากมูลค่าความเสียหาย พบการเปลี่ยนแปลงอันดับ 1 กลายเป็น “ข่มขู่ทางโทรศัพท์” แม้จำนวนคดีน้อยกว่า แต่ความเสียหายสูงสุด
อันดับ 2 หลอกโอนเงินทำงานพิเศษ และอันดับ 3 คือหลอกลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์และจากข้อมูลยังชี้ชัดด้วยว่า “ผู้หญิง” ตกเป็นเหยื่อมากกว่าผู้ชายอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเมื่อแยกตามช่วงอายุ พบกลุ่มอายุ 31-40 ปี ถูกหลอกมากที่สุด (โดยเฉพาะคดีซื้อขายสินค้าออนไลน์, กลุ่ม 41-50 ปี เสี่ยงคดีหลอกทำงานพิเศษ และกลุ่ม 18-25 ปี เสี่ยงคดีข่มขู่ทางโทรศัพท์

ทั้งนี้ ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ ขอประชาสัมพันธ์ถึงประชาชนอีกด้วยว่า วิธีป้องกันตนเองจากการถูกหลอกลวง จากการซื้อสินค้าทางออนไลน์ ควรเลือกซื้อสินค้าและบริการออนไลน์ ผ่านแพลตฟอร์มที่มีระบบ “กระเป๋าเงินกลาง” ซึ่งเป็นระบบที่ทางแพลตฟอร์มจะรับเงินจากผู้ซื้อไว้ชั่วคราว และจะโอนเงินให้ผู้ขายก็ต่อเมื่อผู้ซื้อได้รับสินค้าเรียบร้อยแล้วและยืนยันว่าถูกต้องตรงตามที่สั่งซื้อ หากเกิดปัญหา เช่น ไม่ได้รับสินค้า, สินค้าปลอม หรือไม่ตรงปก ผู้ซื้อสามารถร้องเรียนผ่านแพลตฟอร์มได้ โดยแพลตฟอร์มจะตรวจสอบและระงับการโอนเงินให้ผู้ขาย

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ศูนย์ ACSC เข้าตรวจสอบ 14 เคส สามารถระงับการโอนเงินก่อนถึงบัญชีมิจฉาชีพได้ 27 ราย รวมมูลค่ากว่า 4,073,121 บาท และจับกุมได้ 3 คดี โดยมีคดีสำคัญ และความเสียหายสูง เคสที่ 1 ศูนย์ ACSC ประสานตำรวจสน.วัดพระยาไกร ช่วยชายวัย 66 ปี พยายามโอนเงิน 1.5 ล้านบาทที่ธนาคาร แต่บัญชีปลายทางถูกอายัดไว้ก่อน เจ้าหน้าที่เร่งติดต่อให้เข้าแจ้งความดำเนินคดี เคสที่ 2ประสานสภ.เมืองภูเก็ต ช่วยหญิงวัย 69 ปี ถูกหลอกซื้อที่นอนออนไลน์ ก่อนชักชวนเล่นเกมรับผลตอบแทน เสียหาย 101,760 บาท
เคสที่ 3 ประสานสภ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี ช่วยชายวัย 20 ปี ถูกแอบอ้างเป็นพนักงาน โฮมโปร หลอกคืนเงินสินค้า สูญเงิน 58,982 บาท เคสที่ 4

ศูนย์ ACSC ประสาน สน.ทุ่งมหาเมฆ เข้าช่วยเหลือ และคืนเงินผู้เสียหายกว่า 500,000 บาท หลังถูกแก๊งอ้างเป็นตำรวจสภ.ท่ายางหลอกว่าเกี่ยวข้องบัญชีม้า ก่อนโอนเงินรวมกว่า 6 ล้านบาท โดยสามารถอายัดเงินไว้ได้บางส่วน และนำเงินบางส่วนคืนผู้เสียหายได้สำเร็จ

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img