เมื่อวันที่ 18 พ.ย.2563 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)พลตำรวจตรียิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ย้ำนโยบายตำรวจแห่งชาติว่าผู้ชุมนุมที่จะมาชุมนุมวันนี้ให้ปฎิบัติตามกฎหมาย ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้สิทธิเสรีภาพในการชุมนุม ตำรวจมีหน้าที่ระงับยังยั้งเหตุหากเกิดเหตุละเมิดกฎหมาย เตือนผู้ชุมนุมถ้าทำสงบไม่มีปัญหา หากทำลายทรัพย์สินตำรวจมีอำนาจยับยั้งสิ่งที่ขัดต่อกฎหมาย และ มีความเสียหายเกิดขึ้น วันนี้เตรียมความพร้อมสูงสุดดูแลผู้ป่วย และ ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม

พลตำรวจตรีปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่า การกระทำของตำรวจเมื่อวานที่ผ่านมา มีผู้บังคับบัญชาระดับสูงดูแลสั่งการตลอดห้วงเวลา ซึ่งทั้งหมดเป็นไปตามกฎหมายและหลักสากล โดยมาตราการที่ใช้ในการปฎิบัติเป็นมาตราการที่มีความจำเป็นเท่านั้น และยืนยัน ว่า ตำรวจไม่มีการกระสุนยาง รวมถึงกระสุนจริง

ขณะที่กรณีการปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุม 2 ฝ่าย ที่แยกเกียกกาย รองผู้บัญชากาตไรวจนครบาล ยอมรับ ว่าทราบเหตุแต่กำลังไม่เพียงพอที่จะนำเข้าควบคุม ระงับเหตุ อีกทั้งพื้นที่ที่เกิดเหตุ ไม่ได้อยู่ในระยะรัศมีรับผิดชอบพื้นที่สำคัญ ส่วนกำลังตำรวจท้องที่ก็มีไม่เพียงพอ

ส่วนกรณีมีผู้เผยแพร่ภาพ-คลิป พร้อมบรรยายว่า พบยาไอซ์ ในรถตู้ของตำรวจ สน.บุคคโล นั้น ผู้บังคับบัญชา ได้ส่งตำรวจ 7 นาย ที่โดยสารมากับรถตู้คันดังกล่าว ตรวจหาสารเสพติดในร่างกายทั้ง ทางปัสสาวะและในเลือดแล้วไม่พบ ว่ามีสารเสพติดในร่างกาย ส่วนยาเสพติดจะเป็นของใคร ขณะนี้ตำรวจพื้นที่ สน.บางโพ รับเรื่องไปตรวจสอบตามขั้นตอนทางกฎหมาย รวมถึงกรณีทรัพย์สินส่วนตัวของตำรวจในรถตู้ อาทิ โทรศัพท์มือถือ กระเป๋าเงิน สูญหาย เจ้าของทรัพย์ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์เอาไว้แล้วเช่นกัน

นอกจากนี้ยังมีกรณีผู้ที่อยู่ในพื้นที่ชุมนุมถูกยิงซึ่งตำรวจ ระบุว่า มีผู้ถูกยิงจริง เบื้องต้น 2 คน รักษาตัวที่โรงพยาบาล ส่วนปลอกกระสุนปืนที่ถูกเผยแพร่ทางสื่อออนไลน์ ยังไม่มีใครส่งมอบให้ตำรวจ ซึ่งหากประชาชนพบหลักฐานใดในพื้นที่ชุมนุมสามารถนำส่งให้เจ้าพนักงานท้องที่ได้

ส่วนการตั้งข้อสังเกตเรื่องสีของน้ำที่ถูกฉีดใส่ผู้ชุมนุม มีสีน้ำเงินและสีม่วง ตำรวจ ระบุ ไม่มีความแตกต่างเรื่องสารเคมี แต่ใช้สีต่างกันเพื่อเป็นสัญลักษณ์จำกัดวันและจุดพื้นที่ร่วมกิจกรรมของผู้ชุมนุมเท่านั้น

สำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สินทางราชการ มีรถฉีดน้ำ 4 คัน รถบรรทุกน้ำ 2 คัน รถความคุมผู้ต้องหา 2 คัน รถบัสโดยสาร ตชด. 3 คัน รถตู้ 17 คัน รถกระบะ 3 คัน และ รถอเนกประสงค์อีก 3 คัน

ขณะที่พลตำรวจตรีจิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ระบุว่าแยกราชประสงค์ ซึ่งเป็นเส้นทางหลักอาจทำให้การจราจรติดขัด แนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางต้ังแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไปจนกว่า เสร็จสิ้นการชุมนุม โดยเส้นทางที่อาจได้รับผลกระทบ คือ ถนนราชดาริ ถนนพระราม 1 ถนนเพลินจิต โดยแนะนำให้ประชาชนเลี่ยงไปใช้เส้นทางถนนราชปรารภ ถนนเพชรบุรี ถนนพญาไท ถนนพระราม 4 ถนนอังรีดูนังต์ ถนนสารสิน ถนนสีลม ถนนสาทร ถนนวิทยุ ถนนสุขุมวิท ซอยต้นสน และ ถนนหลังสวน

ล่าสุดเช้านี้ที่​ภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และพื้นที่โดยรอบ ทางตำรวจได้เตรียมความพร้อมตามปกติ ในจำนวน 1-3 กองร้อยที่ประจำการในแต่ละวัน พร้อมมีการนำแผงเหล็ก​รั้วลวดหนาม​ และจุดคัดกรองมาติดตั้งไว้ที่ทางเข้าออก สำหรับคัดกรองบุคคล​ที่จะเข้ามาติดต่อภายในสำนักงานตำรวจ