เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2573 ที่ห้องประชุม ศปก.ตร อาคาร 1 ชั้น 20 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ประชุมเตรียมความพร้อมในการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรให้กับประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนา ในช่วงวันหยุดต่อเนื่อง และลดอุบัติเหตุทางถนน และประชุมขับเคลื่อนงานจราจรในภาพรวมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ เปิดเผยว่า สำหรับมาตรการด้านการจราจรในช่วงวันหยุดวันสำคัญระหว่างวันที่ 19- 22 พฤศจิกายน2563 ของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีจุดเน้น การอำนวยความสะดวกและจัดการจราจร ตามเส้นทางหลัก เส้นทางรอง ในช่วงที่มีประชาชนออกเดินทางจำนวนมาก โดยจัดเตรียมความพร้อมด้านกำลังพล อุปกรณ์เครื่องมือ และระบบการสื่อสารเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการจราจรให้ประชาชนสามารถเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือท่องเที่ยวได้อย่างสะดวกและปลอดภัย ซึ่งตำรวจทางหลวงเป็นหน่วยงานหลักรับผิดชอบอำนวยความสะดวกการจราจรในถนนสายหลัก และมีตำรวจพื้นที่สนับสนุนการปฏิบัติ โดยมีอำนวยศูนย์ควบคุมสั่งการจราจรอยู่ที่กองบังคับการตำรวจทางหลวง หมายเลขสายด่วน 1193 หรือดาวน์โหลด line application @highway1193 และในพื้นที่ กทม. สอบถามได้ที่ ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร (บก.02) หมายเลขสายด่วน 1197 ไว้สำหรับสอบถามเส้นทาง แจ้งอุบัติเหตุ รับข้อมูลประชาสัมพันธ์เส้นทาง

ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังได้ออกข้อบังคับหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรทั่วราชอาณาจักร  ว่าด้วยการกำหนดช่องหรือแนวทางเดินรถขึ้นและล่องในถนนบางสาย ช่วงวันหยุดต่อเนื่อง เดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2563 ( ขาขึ้น 11 จุด ระหว่าง 18-22 พ.ย.63 และขาล่อง จำนวน 18 จุด ระหว่าง 22-25 พ.ย.63) ใช้เป็นช่องทางพิเศษ เพื่อระบายรถช่วงที่หนาแน่น ให้คล่องตัว ( Reversible Lane )

โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ถอดบทเรียนผลการปฏิบัติในช่วงวันหยุดต่อเนื่อง ในห้วงที่ผ่านมาร่วมกับหน่วยงานร่วมปฏิบัติ โดยมุ่งเน้นการประสานคืนพื้นผิวจราจรที่อยู่ระหว่าง     การก่อสร้างที่ก่อให้เกิดปัญหารถติดขัดสะสม มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะ พ.ร.บ.เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 อย่างเข้มงวด จริงจัง และต่อเนื่อง นำฐานข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุที่ผ่านมากำหนดจุดเสี่ยง เพื่อกำหนดมาตรการ เพื่อป้องกันกันอุบัติเหตุจากการเมาแล้วขับ และจัดชุดเคลื่อนที่เร็วให้มากที่สุดในแต่ละพื้นที่ ไปกวดขันวินัยการจราจรบริเวณถนนสายรองที่เกิดอุบัติเหตุ ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้กำชับการกวดขันจับกุมการจำหน่ายแอลกอฮอล์ในเวลาห้าม และสถานที่ห้ามจำหน่าย กรณีเกิดอุบัติเหตุจราจร เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต จะตรวจวัดแอลกอฮล์ผู้ขับขี่ทุกฝ่าย และดำเนินคดีอย่างเฉียบขาดกับผู้กระทำผิด กรณีเมาแล้วขับหรือแข่งรถในทางจนเป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บสาหัสหรือถึงแก่ความตาย หากผู้ขับขี่ในขณะเมาสุรา อายุต่ำกว่า 18 ปี จะขยายผลดำเนินคดีกับผู้จำหน่ายสุรา ตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฯ และขยายผลดำเนินคดีกับบุคคลที่ชักจูง ส่งเสริม หรือยินยอม ให้เด็กประพฤติตนไม่สมควรหรือบุคคลที่จำหน่ายหรือให้สุราแก่เด็กตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจมีชุดสายตรวจร่วมกับฝ่ายปกครอง สาธารณสุข ออกตรวจสถานีขนส่ง ท่ารถโดยสารสาธารณะ เพื่อกำกับดูแลและตรวจสอบการขนส่งผู้โดยสารที่เป็นการขนส่งสาธารณะทุกประเภท โดยต้องมีการจัดระบบและระเบียบต่าง ๆ และลดความแออัดของผู้โดยสาร ให้เป็นไปตามมาตรการป้องกันโรคตามที่ทางราชการกำหนด

จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบถึงแนวทางการดำเนินการและมาตรการต่างๆที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำมาบังคับใช้เพื่อประโยชน์สุขแก่สังคมโดยรวม ทั้งนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความพร้อมสำหรับการอำนวยความสะดวกการจราจรให้ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือท่องเที่ยวโดยสะดวกและปลอดภัยโดยทั่วกัน