นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วยนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค และทีมงานพรรคก้าวไกล สัญจรภาคเหนือ โดยจุดแรกเริ่มต้นที่ อ. ตะพานหิน จ. พิจิตร จากนั้นจะเดินทางไปยัง จ. พิษณุโลก และ จ.เชียงราย โดยการสัญจรครั้งนี้ นอกจากการพบปะพูดคุยกับประชาชนแล้ว ยังมีการจัดเวทีรับฟังปัญหาสิทธิที่กินทำกินเเละปัญหาเกษตรกรในพื้นที่ต่างๆด้วย

โดย นายพิธา กล่าวว่า การเดินทางครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการก้าวไกลสัญจร ที่พรรคก้าวไกลเดินทางไปรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากประชาชนทั่วประเทศในช่วงปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งก่อนหน้าได้ไปรับฟังปัญหาประชาชนในพื้นที่ภาคกลางเเละปริมณฑล สำหรับครั้งนี้ประชาชน จ .พิจิตร ให้ข้อมูลว่ามีปัญหาด้านสิทธิ์ที่ดินทำกิน เนื่องจากกรณีป่าทับที่แม้ว่าจะครอบครองที่ดินเป็นโฉนด แต่โดนพระราชบัญัติป่าสงวนเวนคืน ตั้งแต่ปี พ.ศ.2557 ตามนโยบายทวงคืนผืนป่าของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ทำให้ได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ ยังมีปัญหาของเกษตรสวนมะม่วงใน อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก รวมไปถึงปัญหาราคาข้าว ปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตร กาแฟ เเละสับปะรด ใน จ.เชียงราย โดยตนและพรรคก้าวไกลจะนำปัญหาของประชาชนเข้าไปอภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ตามกลไกลของรัฐสภา เเละนำเข้าสู่คณะกรรมาธิการ อาทิ คณะกรรมาธิการการเกษตร คณะกรรมาธิการแก้ไขราคาสินค้าการเกษตรตกต่ำ คณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ เเละสิ่งแวดล้อม เพื่อผลักดันเพื่อให้เกิดการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ นายพิธา ระบุว่า ปัญหาของประชาชนเวลานี้คือราคาพืชผลทางการเกษตร เศรษฐกิจปากท้อง เเละปัญหาสังคม นอกจากนี้ยังมีกรณีการชุมนุมของนักเรียน นักศึกษาและประชาชนที่เรียกร้องรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมให้ลาออก สะท้อนให้เห็นว่า มีปัญหาที่ถูกกดทับมานานเพราะโครงสร้างอำนาจนิยมในสังคมไทย เยาวชนเเละนักศึกษามองไม่เห็นอนาคตตัวเองจึงต้องออกมาสู้เพื่อเรียกร้องต่ออนาคตของเขา จึงขอถามกลับไปพล.อ.ประยุทธ์ ว่า คำว่าถอยคนละก้าวนั้นมีจุดประสงค์อย่างไร มีความจริงใจแค่ไหน หากมีความจริงใจที่จะถอยคนละก้าวจริงๆคิดว่ายังสามารถสร้างพื้นที่พูดคุยกันได้