เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง หรือ คนส. เดินเท้าจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ มายังทำเนียบรัฐบาล ระหว่างที่มีการประชุมคณะรัฐมนตรี บริเวณเชิงสะพานชมัยมรุเชฐ เพื่อยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รวมถึงอ่านแถลงการณ์เรื่อง หยุดสลายการชุมนุม และขจัดผู้เห็นต่าง สร้างทางออกให้ประเทศไทย พร้อมรายชื่อนักวิชาการ เข้ายื่นกว่า 1,118 คน

โดยนายอนุสรณ์ อุณโณ อดีตคณบดีสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้อ่านจุดยืนและข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล 3 ข้อ ขอประณามการใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุมบริเวณแยกปทุมวันเมื่อวันที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมา เพราะไม่เป็นไปตามหลักการและขั้นตอนที่เป็นสากล รวมถึงเป็นการใช้กำลังที่ไม่ได้สัดส่วน หรือเกินกว่าเหตุ เพราะผู้ชุมนุมไม่ได้มีอาวุธไม่มีพฤติการณ์รุนแรง และส่วนใหญ่เป็นเยาวชน ดังนั้นรัฐบาลต้องกติกาสลายการชุมนุมและรับผิดชอบต่อความผิดพลาดนี้ โดยรัฐบาลต้องยุติการใช้กฏหมายเป็นเครื่องมือในการขจัดผู้เห็นต่าง ต้องยกเลิกการตั้งข้อหาและต้องปล่อยตัวผู้ชุมนุมทุกคนอย่างไม่มีเงื่อนไข เพราะผู้ชุมนุมได้ใช้สิทธิ์ตามที่ได้รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ และกติการะหว่างประเทศที่ไทยได้ลงสัตยาบันต้องยกเลิกการใช้กฎหมาย เช่น พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ที่เอาผิดผู้แสดงความเห็นต่างหรือวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลรวมถึงต้องยกเลิกการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง และการบังคับใช้กฎหมายที่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนยังไม่สมควรแก่เหตุ อีกทั้ง รัฐบาลต้องรับข้อเสนอของกลุ่มผู้ชุมนุมไปพิจารณาอย่างแท้จริง ต้องการให้นายกรัฐมนตรีลาออก การแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือการปฏิรูปสถาบันให้สอดคล้องกับระบอบประชาธิปไตย โดยจัดตั้งคณะกรรมการศึกษาและให้ข้อเสนอแนะ ที่มาจากตัวแทนฝ่ายต่างๆในภาควิชาการ ประชาชน และนักเรียนนิสิตนักศึกษา เพราะที่ผ่านมาปราศจากการเขียนกติกาสูงสุดที่ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น รวมทั้งปราศจากการจัดระเบียบอำนาจ และประโยชน์ในสังคมที่เป็นธรรมกับทุกคน ทำให้แทบไม่มีโอกาสที่ประเทศไทยจะหลุดพ้นจากวิกฤตที่ดำเนินมาอย่างยืดยาวนาน