นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษในวันนี้ ว่า พิจารณาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งมีเพียงวาระเดียวตามที่ประกาศจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีภายใน 3 วัน ส่วนข้อเรียกร้องของพรรคร่วมฝ่ายค้านมายังพรรคประชาธิปัตย์เพื่อขอเสียงสนับสนุนในการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญหารือทางออกการชุมนุม ว่า เป็นเรื่องที่พรรคการเมืองแต่ละพรรคจะต้องไปดูจะอาศัยพรรคใดพรรคหนึ่งเสียงคงไม่เพียงพอ แต่ข้อเท็จจริงสภาก็จะเปิดสมัยประชุมสามัญในอีก 2 สัปดาห์อยู่แล้ว ส่วนจุดยืนของประชาธิปัตย์ยังไม่ได้มีการพิจารณาเรื่องเปิดวิสามัญ แต่เรื่องแก้รัฐธรรมนูญเป็นประเด็นหนึ่งที่จะมีการพิจารณาเมื่อเปิดประชุมสามัญในเดือนพฤศจิกายนอยู่แล้ว ซึ่งจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ชัดเจนว่าเราสนับสนุนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อความเป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้น ส่วนความเห็นที่จะต้องไปทำประชามติก่อนหรือไม่นั้น นายจุรินทร์ ระบุว่าชัดเจนตามรัฐธรรมนูญว่าหากต้องแก้มาตรา 256 ไม่ได้บังคับว่าจะต้องไปทำประชามติ แต่บังคับว่าหลังผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาแล้วจะต้องทำประชามติ จึงเห็นว่าไม่จำเป็นที่จะต้องทำประชามติก่อน

ส่วนเรื่องเร่งด่วนที่พรรคร่วมฝ่ายค้านเรียกร้องให้เปิดประชุมวิสามัญเนื่องจากการชุมนุม นั้น มีกฎหมายชัดเจนอยู่แล้ว เมื่อถามย้ำว่ากลไกสภาไม่สามารถทำได้หรือ นายจุรินทร์ ระบุว่ากลไกสภาก็เป็นทางออกหนึ่ง รัฐสภาควรเป็นเวทีหาทางออกให้กับประเทศ โดยเฉพาะการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นเงื่อนไขหนึ่งที่สำคัญ อย่างน้อย 3 ฝ่าย ที่ควรจะมีความเห็นร่วมกันทั้ง ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล ฝ่ายค้านและวุฒิสมาชิก

นายจุรินทร์ ยังกล่าวว่า ยังไม่เคยได้ยินกระแสข่าวการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติในขณะนี้ เท่าที่เคยมีมาในโลกรัฐบาลแห่งชาติจะมีในสถานการณ์สงคราม ในสภาวะไม่ปกติ หรือในสภาวะปกติที่บ้านเมืองไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ แต่ปัจจุบันประเทศไทยปกครองด้วยระบบประชาธิปไตย ระบบรัฐสภาอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ซึ่งขณะนี้ระบบรัฐสภายังสามารถเดินหน้าไปได้ ยังไม่ได้ถึงทางตัน หรือไม่มีทางไปแต่อย่างใด เวลานี้ยังไม่เห็นว่าจะเข้าเงื่อนไขที่โลกเคยทำมา เพราะระบบยังเดินไปได้ สภาก็จะเปิดในเดือนหน้า กลไกยังเดินไปได้ เพราะยังมีรัฐบาล ยังมีฝ่ายค้านและยังมีวุฒิสมาชิก

ส่วนลักษณะการชุมนุมมีความคล้ายฮ่องกงโมเดลหรือไม่นั้นไม่ขอตอบ แต่เชื่อว่าหากทุกฝ่ายร่วมมือกันคลี่คลายสถานการณ์ ปัญหาของประเทศทุกอย่างจะเดินไปได้ เพราะนอกจากเราประสบปัญหาเศรษฐกิจแล้ว ยังมีปัญหาการเมืองซ้ำขึ้นไปอีก ซึ่งเราประสบความสำเร็จในการแก้ไขโควิด-19 นอกจากมาตรการที่ถูกต้องของรัฐบาลแล้วความร่วมมือของทุกฝ่ายก็มีส่วนสำคัญ ดังนั้นในสถานการณ์การเมือง หากเราใช้โควิดโมเดลร่วมกันทุกฝ่าย เชื่อว่าจะผ่านสถานการณ์ที่ทุกคนไม่อยากเห็น เมื่อถามย้ำว่าโควิดโมเดลจะสู้ฮ่องกงโมเดลได้หรือไม่ นายจุรินทร์ระบุว่าโควิดโมเดลได้พิสูจน์แล้วว่าประเทศไทยประสบความสำเร็จจนเป็นที่ยอมรับของทั่วโลก