พรรคก้าวไกลออกแถลงการณ์ขอประณามการใช้อำนาจตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งขัดต่อหลักสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่ได้มีการรับรองไว้ใน รัฐธรรมนูญ อีกทั้งตลอดการชุมนุมของนักเรียน นิสิต นักศึกษาและประชาชนที่มีขึ้นในครั้งนี้รวมถึงหลายครั้งที่ผ่านมา ยังเป็นไปโดยสงบ ปราศจากอาวุธ จึงไม่มีความชอบธรรมใดที่รัฐบาลจะอ้างว่าการชุมนุมที่เกิดขึ้นในวันที่ 14 ตุลาคมนี้เป็นการชุมนุมโดยไม่สงบ เป็นบ่อนทำลายการบริหารราชการแผ่นดิน และความสงบสุขของประชาชนได้

การใช้อำนาจตามกฎหมายพิเศษครั้งนี้คือการจงใจควบคุมสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่กำลังไม่พอใจรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อันเป็นการลุแก่อำนาจที่ใช้ตามอำเภอใจโดยปราศจากหลักนิติรัฐและนิติธรรม เพียงเพราะอำนาจพิเศษนี้ไม่จำเป็นต้องมีความรับผิดชอบใด หลังจากนี้ยังจะนำมาซึ่งการข่มขู่คุกคามและสร้างบรรยากาศแห่งความหวาดกลัวให้กับประชาชน รวมไปถึงการปิดกั้นข้อมูลข่าวสารของประชาชนด้วย สิ่งที่ประชาชนต้องการตอนนี้ไม่ใช่กฎหมายพิเศษเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐบาล แต่คือการฟังเสียงประชาชน การแก้รัฐธรรมนูญเพื่อหาฉันทามติร่วมกันใหม่ในสังคมซึ่งรวมไปถึงการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์เพื่อดำรงไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอย่างแท้จริง

พรรคก้าวไกล ย้ำอีกครั้งหนึ่งว่า พรรคก้าวไกลจะขอคัดค้านการใช้อำนาจอันไม่ชอบธรรมนี้อย่างถึงที่สุด และทันทีที่มีการใช้ความรุนแรงต่อนักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชน หรือผู้ที่กำลังชุมนุมโดยสงบ สันติ ปราศจากอาวุธอยู่ในเวลานี้เมื่อใด พวกเราจะถือว่า รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้หมดความชอบธรรมในการบริหารประเทศอย่างสิ้นเชิงแล้ว จงออกไปและคืนอำนาจให้ประชาชนโดยทันที