13 ตค.2563 กองปราบรวบกองบังคับการปราบปราม โดยการอำนวยการสั่งการของ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก 5 บก.ป., พ.ต.ท.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น รอง ผกก.5 บก.ป., พ.ต.ท.ศิลป์ชัย ถวัลย์ภิยโย สว.กก.5 บก.ป., ร.ต.อ.ธีระพงษ์ คงเขียว, ด.ต.อภิสิทธิ์ พรหมมา, ด.ต.อภิชาติ โชติอัคคี, ส.ต.อ.เบญจรงค์ แก้วนวน ร่วมกันจับกุม นายสมเกียรติ หรือเกียรติ (สงวนนามกสุล) อายุ 43 ปี ข้อกล่าวหา “ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังหรือกระทำด้วยประการใดๆ ให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกายและพรากผู้เยาว์อายุกว่า 15 ปี แต่ยังไม่ถึง 18 ปี ไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลฯ” ตามหมายจับศาลจังหวัดจังหวัดทุ่งสง ที่ 282/2546 ลงวันที่ 15 เดือน มีนาคม พุทธศักราช 2546

จับกุมที่ ริมถนนเจ้าฟ้า ต.ปากน้ำ อ.เมืองกระบี่ จ.กระบี่ เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ.2563 สืบเนื่องจาก เมื่อเดือนมกราคม 2544 นายสมเกียรติฯ ผู้ต้องหา ได้ร่วมกับนายเขียว ทำการล่อลวง น.ส.ผึ้ง (นามสมมุติ) วัย 16 ปี ซึ่งเป็นแฟนสาวของนายเขียวเองออกจากบ้านพักแล้วพาขับขี่รถจักรยานยนต์ไปที่บ้านร้างแห่งหนึ่ง จากนั้นผู้ต้องหากับนายเขียว ได้บังคับให้ น.ส.ผึ้ง เข้าไปในบ้านร้าง ซึ่งตัวผู้ต้องหาได้ออกมาทำธุระในหมู่บ้านใกล้เคียง ส่วนนายเขียว ได้บังคับขืนใจ น.ส.ผึ้ง โดย น.ส.ผึ้ง ไม่ยินยอม จึงได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหา กับนายเขียว จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมนายเขียว มาดำเนินคดีก่อนหน้านี้แล้ว จนนายเขียวพ้นโทษออกมาแล้ว

ส่วนนายสมเกียรติ ผู้ต้องหายังหลบหนีคดีตระเวนไปทำงานรับจ้างอยู่หลายจังหวัดเป็นเวลานานกว่า 19 ปี ซึ่งอีก 3 เดือน คดีก็จะขาดอายุความ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม จึงเร่งสืบสวนติดตามตัว จนกระทั่งวันที่ 12 ตุลาคม 2563 เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบทราบว่าผู้ต้องหา ได้หลบหนีมาที่ จ.กระบี่ จึงได้นำกำลังติดตามไปจับกุมได้ที่ ต.ปากน้ำ อ.เมืองกระบี่ จ.กระบี่ และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช ดำเนินคดีตามกฎหมาย จากการสอบถามผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา