นายเพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล รองประธานคณะ กรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม คนที่ 3 รับยื่นหนังสือจาก นายนิยม เวชกามา ส.ส.พรรคเพื่อไทย และคณะ เพื่อขอให้คณะกรรมาธิการฯ ใช้อำนาจพิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำเนินงานของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กรณีที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมจากการที่สำนักงานพระพุทธศาสนา เป็นผู้ยื่นฟ้องอดีตพระพรหมดิลก อดีตเจ้าอาวาสวัดสามพระยา อดีตเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร และอดีตกรรมการมหาเถรสมาคม ประเด็นการรับเงินจากสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และได้มีการใช้เป็นประเด็นข่าวว่าเป็น “เงินทอนวัด” โดยขอให้คณะกรรมาธิการฯ พิจารณาตรวจสอบในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้

1.การแถลงข่าวของนายสิปป์บวร แก้วงาม ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โดยมิได้รู้เห็นและรับทราบถึงข้อเท็จจริงในการเนินการให้มีการลาสิกขาตามกฎหมาย ในวันที่ 24 พ.ค. 2561 นั้น อาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อสิทธิขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญของอดีตท่านเจ้าคุณพระพรหมดิลกและต่อพระภิกษุรูปที่เหลือ ซึ่งถูกจับกุมในวันเดียวกัน รวม 7 รูป

2.จะมีการกำหนดกรอบในการดำเนินการหากกฎหมายและกรอบทางพุทธบัญญัติ (พระวินัย) อย่างไร เพื่อให้เกิดความชอบธรรมและความเหมาะสม ที่สามารถดำเนินการ โดยไม่กระทบต่อศรัทธาของพุทธศาสนิกชนในประเทศไทยและทั่วโลก

3.พิจารณาดำเนินการต่อไปว่า หากคดีของอดีตท่านเจ้าคุณทั้ง 7 รูป ลุล่วงไปถึงศาลฎีกา และศาลฎีกามีคำพากษายกฟ้อง สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ในฐานะโจทก์ผู้ฟ้องร้องพระภิกษุหรืออดีตท่านเจ้าคุณเหล่านั้น จะดำเนินการรับผิดชอบต่อความเสียหายอย่างไร

โดยนายเพชรวรรต กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า จะขอรับเรื่องดังกล่าวเข้าบรรจุในระเบียบวาระการประชุมคณะคณะกรรมาธิการฯ ในครั้งต่อไป เพื่อศึกษาและพิจารณา พร้อมจะเชิญผู้เกี่ยวข้องมาร่วมประชุมเพื่อชี้แจงและให้ข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย