นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยในงานเปิดโครงการนำร่องการนำยางพารามาใช้ เพื่อปรับปรุงเพิ่มความปลอดภัยทางถนน (Kick Off) ใช้แผ่นยางธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีต (Rubber Fender Barrier: RFB) และหลักนำทางยางธรรมชาติ (Rubber Guide Post: RGP) มาใช้เป็นอุปกรณ์เพิ่มความปลอดภัยทางถนน บริเวณทางหลวงหมายเลข 222ตอนท่ากกแดง-บึงกาฬ กิโลเมตร(กม.)ที่125+330-126+700 ต.บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬว่า กระทรวงคมนาคมได้เตรียมแผนพัฒนาโครงข่ายถนนใน จ.บึงกาฬ หลายโครงการ ประกอบด้วย
1.โครงการก่อสร้างถนนเชื่อม อ.โพนพิสัย-บึงกาฬ ตอน ต.หอคำ-บึงกาฬ ระยะทาง 17 กม. ใช้งบประมาณ 650 ล้านบาท
2.โครงการก่อสร้างถนนสาย อ.พังโคน-อ.ศรีสไลย -บึงกาฬ ระยะทาง16 กม. งบประมาณ 550 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน ยังมีโครงการขนาดใหญ่ที่จะเชื่อมต่อ จ.บึงกาฬ กับประเทศลาว โดยจะก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 5 งบประมาณ 2533 ล้านบาท(บึงกาฬ-บอลิคำไซ) ซึ่งขณะนี้ได้ผู้รับจ้างแล้วจะลงนามในเดือนตุลาคมนี้เริ่มก่อสร้างต้นปี 64 ใช้ระยะเวลา 3 ปี เมื่อแล้วเสร็จจะทำให้ จ.บึงกาฬ เป็นเส้นทางในการเดินทางค้าขายและท่องเที่ยวกับประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างสะดวก

นอกจากนี้ ในปีงบประมาณปี 2565 กระทรวงคมนาคมจะมีโครงการก่อสร้างถนนที่บ้านบุ่งค้า ตอนที่ 1 อ.บุ่งค้า-อ.บ้านแพง ระยะทาง 41 กม. วงเงิน 750 ล้านบาท และโครงการถนนที่บ้านบุ่งค้า ตอนที่ 2 อ.บุ่งค้า-อ.บ้านแพงตอนที่ 2 ระยะทาง 19 กม. วงเงิน 800 ล้านบาท และในปี 2566 คมนาคมยังเตรียมแผนขยายช่องทางจราจรจาก2 ช่องจราจรเป็น 4 ช่องจราจร บริเวณ ต.หนองหิ้ง-อ.เหล่าหลวง ระยะทาง 43 กม. วงเงิน 1,600 ล้านบาท
ขยายช่องจราจรจาก อ.พังโคน ตอนบ้านท่ากก-บ้านบึงสวรรค์ ระยะทาง 36 กม. วงเงิน 1,650 ล้านบาท

ปี2567 โครงการกก่อสร้างเพิ่มช่องจราจร จากห้วยก้านเหลือง-ดงบัง ระยะทาง 33 กม. วงเงิน 1,320 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดถือเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่กระทรวงคมนาคมวางแผนพัฒนาโครงข่ายการคมนาคมทางถนนและสะพานให้ประชาชนชาวบึงกาฬ รวมงบประมาณทั้งสิ้น 9,853 ล้านบาท