ธนาคารกสิกรไทย ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทระหว่างวันที่ 28 ก.ย. – 2 ต.ค. อยู่ที่ 31.30-31.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ การดีเบตครั้งแรกของคู่ชิงประธานาธิบดีสหรัฐฯ และการเจรจาดีล BREXIT ระหว่างยุโรปและอังกฤษ ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ประกอบด้วย ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร การจ้างงานภาคเอกชน ดัชนี PMI/ISM ภาคการผลิต และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.ย. ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย รายได้/รายจ่ายส่วนบุคคลและ Core PCE Price Index เดือนส.ค. รวมถึงตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/63 (final) นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและภาคบริการเดือนก.ย. ของจีน และปัจจัยทางการเมืองของไทยด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ เงินบาทลดช่วงอ่อนค่าบางส่วน หลังแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบเกือบ 2 เดือนที่ 31.67 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยเงินบาทอ่อนค่าลงเกือบตลอดสัปดาห์สอดคล้องกับแรงขายสินทรัพย์เสี่ยงและสกุลเงินในภูมิภาค ประกอบกับตลาดรอติดตามปัจจัยทางการเมืองในประเทศอย่างใกล้ชิด

ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ ได้รับแรงหนุนจากความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลก หลังข้อมูล PMI เดือนก.ย. ของสหรัฐฯ และยูโรโซนมีสัญญาณอ่อนแอ รวมถึงการแพร่ระบาดของโควิด-19 เริ่มมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในหลายประเทศ โดยเฉพาะในยุโรป อย่างไรก็ดีกรอบการอ่อนค่าของเงินบาทจำกัดลงบางส่วนในช่วงปลายสัปดาห์ ขณะที่ตลาดรอติดตามหลายปัจจัยสำคัญในสัปดาห์ถัดไป