บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐเมื่อคืนที่ผ่านมา (25 ก.ย.63) แม้ดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้น แต่ก็ร่วงลง 3% ในสัปดาห์นี้ และมีแนวโน้มปรับตัวลงเป็นสัปดาห์ที่ 4 ติดต่อกัน ซึ่งจะเป็นช่วงขาลงที่ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่เดือน ส.ค. 2562

โดยหุ้นแอ๊ปเปิ้ล อิงค์ ซึ่งเป็น 1 ใน 30 หลักทรัพย์ที่ใช้คำนวณดัชนีดาวโจนส์ พุ่งขึ้น 2.3% หลังจากที่บริษัทมอร์แกน สแตนลีย์ ออกรายงานระบุว่า นักลงทุนควรเข้าซื้อหุ้นแอ๊ปเปิ้ลในขณะนี้ หลังจากที่ราคาหุ้นดิ่งลงอย่างหนักก่อนหน้านี้

นอกจากนี้ แอ๊ปเปิ้ล ยังออกแถลงการณ์ยืนยันว่า บริษัทได้ปฏิบัติตามกฎหมายภาษีของไอร์แลนด์ หลังจากที่คณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) ซึ่งเป็นองค์กรบริหารของสหภาพยุโรป (อียู) ได้ตัดสินใจยื่นฏีกาต่อศาลสูงสุดของยุโรป เพื่อให้ศาลมีคำตัดสินให้แอ๊ปเปิ้ล จ่ายภาษีย้อนหลังให้แก่รัฐบาลไอร์แลนด์

ทั้งนี้ ราคาหุ้นแอ๊ปเปิ้ลร่วงลงมากกว่า 20% เมื่อเทียบกับระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ทำไว้ในเดือนก.ย. ซึ่งมอร์แกน สแตนลีย์ระบุว่าราคาหุ้นแอ๊ปเปิ้ลในขณะนี้เป็นราคาที่น่าดึงดูดให้เข้าซื้อ ก่อนที่บริษัทจะเปิดตัวไอโฟน 12 ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญต่างคาดการณ์ว่า แอ๊ปเปิ้ลจะเปิดตัวไอโฟน 12 ในวันที่ 13 ต.ค.

โดยดาวโจนส์ ปิดที่ 27,173.96 จุด เพิ่มขึ้น 358.52 จุด หรือ 1.34%
Nasdaq ปิดที่ 10,913.56 จุด เพิ่มขึ้น 241.30 จุด หรือ 2.26%
S&P500 ปิดที่ 3,298.46 จุด เพิ่มขึ้น 51.87 จุด หรือ 1.60%

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนต.ค.ลดลง 6 เซนต์ ปิดที่ 40.25 ดอลลาร์/บาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนพ.ย.ลดลง 7 เซนต์ ปิดที่ 41.87 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 10.60 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,866.30 ดอลลาร์/ออนซ์