สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)สมาคมวิทยุและสื่อเพื่อเด็กและเยาวชน (สสดย.)มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.)ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จัดเวทีนโยบายสาธารณะ ประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือเพื่อการปกป้องเด็กและเยาวชนจากภัยออนไลน์โดยมีตัวแทนจาก 32 องค์กรร่วมแสดงพลังทั้งภาครัฐ ภาคประชาสังคมภาควิชาการ และองค์กรด้านเด็กและเยาวชน และนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส)ร่วมเป็นองค์ปาฐก

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมกล่าวว่าปัจจุบันภัยออนไลน์คุกคามเด็กและเยาวชนอย่างรุนแรงและกว้างขวาง กระทรวงดีอีเอสมีการออกแบบและสร้างกลไกการป้องกันภัยคุกคามทางออนไลน์ในทุกพื้นที่ เฝ้าระวังและระงับข้อมูลคอมพิวเตอร์และเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม มีการจัดตั้งศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ทั้งยังมีโครงการรณรงค์การหยุดกลั่นแกล้งออนไลน์ เป็นต้นซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่เด็กและเยาวชนในโลกดิจิทัล โดยการจัดเวทีนโยบายสาธารณะประกาศเจตนารมณ์ในครั้งนี้ ได้แสดงให้เห็นถึงพลังอันยิ่งใหญ่ของการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ที่จะช่วยกันผสานแนวคิดแนวทางและการทำกิจกรรมร่วมกัน เป็นเครือข่ายความร่วมมือที่มีพันธกิจร่วมกันในการปกป้องคุ้มครองเด็กและเยาวชนจากภัยออนไลน์

ดร.ธีรารัตน์ พันทวี วงศ์ธนะเอนก นายกสมาคมวิทยุและสื่อเพื่อเด็กและเยาวชน (สสดย.) กล่าวว่า สถานการณ์ปัจจุบันเด็กและเยาวชนจำนวนมากกำลังได้รับผลกระทบจากภัยออนไลน์ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคมและสติปัญญา ส่งผลให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมาอีกมากมาย การแก้ไขปัญหาเรื่องนี้เป็นวาระเร่งด่วนระดับชาติและจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆ ที่ต้องทำงานสอดประสานกันทั้งระบบ ตั้งแต่ระดับนโยบาย ไปจนถึงระดับปฏิบัติการในพื้นที่ต่างๆ เวทีการประกาศเจตนารมณ์ครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญของการปกป้องคุ้มครองเด็กและเยาวชนของไทยจากภัยออนไลน์ เป็นครั้งแรกที่องค์กรต่างๆ ในสังคมจะมาร่วมขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาให้ครบทุกมิติ

ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และรักษาการผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมระบบสื่อและสุขภาวะทางปัญญา สสส. กล่าวว่า ระบบนิเวศสื่อนับเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาวะของคนในสังคม โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนไทยที่ปัจจุบันพบว่าใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในโลกออนไลน์ ขณะที่ภัยออนไลน์ก็มีความหลากหลายและทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น นับเป็นความท้าทายของ สสส. และภาคีเครือข่ายที่จะมาร่วมกันขับเคลื่อนประเด็นนี้อย่างเข้มแข็ง ผลักดันให้เกิดการทำงานอย่างเป็นรูปธรรมทั้งด้านของการปกป้องคุ้มครอง ควบคู่ไปกับการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนตระหนักและรู้เท่าทันสื่อ เป็นพลเมืองที่มีศักยภาพในการนำสื่อและเทคโนโลยีมาใช้อย่างสร้างสรรค์ ซึ่งจะนำสู่การสร้างสังคมสุขภาวะที่ดีและยั่งยืน

นางวรินรำไพ ปุณย์ธนารีย์ รองผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวว่า สื่อออนไลน์มีอิทธิพลต่อความคิดและพฤติกรรม โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชนที่มีความเปราะบาง องค์กรต่างๆ ในสังคมจำเป็นต้องให้ความสำคัญและมีส่วนร่วมในการปกป้องเด็กและเยาวชน ส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาองค์ความรู้ในการสร้างสื่อที่ปลอดภัย รวมถึงต้องเปิดโอกาสและส่งเสริมบทบาทของเด็กและเยาวชนให้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาและสร้างสรรค์สื่อที่ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ตั้งแต่การวางแผน การดำเนินกิจกรรม การประเมินผล การเฝ้าระวัง และการติดตามสื่อซึ่งจะทำให้เด็กและเยาวชนเกิดการเรียนรู้ พัฒนาตัวเองและครอบครัวอย่างเท่าทัน ไม่ตกเป็นเหยื่อแห่งการถูกล่อลวงหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์จากภัยออนไลน์

นายพงศ์ธร จันทรัศมีผู้จัดการโครงการฯ มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ กล่าวว่าภาคีเครือข่ายจำนวน 32 องค์กรที่มาร่วมกันประกาศเจตนารมณ์ในวันนี้ มาจากทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาสังคม ภาควิชาการ และเครือข่ายเยาวชน ทุกองค์กรมาแสดงพลังร่วมกัน นอกจากเพื่อสร้างความตระหนักถึงภัยออนไลน์ที่กำลังคุกคามเยาวชนในด้านต่างๆ โดยเฉพาะในมิติสุขภาพ ยังเป็นการประกาศเจตจำนงในการที่จะกำหนดประเด็นการปกป้องคุ้มครองเด็กและเยาวชนจากภัยออนไลน์ให้เป็นวาระสำคัญของทุกองค์กร ทั้งนี้เพื่อสร้างความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างเป็นระบบต่อไป