ผู้ต้องหาขับรถชน ดาบตำรวจวิเชียร กลั่นประเสริฐ เสียชีวิตเมื่อปี 2555

นายชัชชม อรรฆภิญญ์ อธิบดีอัยการ สำนักงานต่างประเทศ พร้อมด้วย นายอิทธิพร แก้วทิพย์ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญา (หัวหน้าคณะทำงาน),นายชาญชัย ชลานนท์นิวัฒน์ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญา (คณะทำงาน) และนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด และอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 3 (คณะทำงานและเลขานุการคณะทำงาน) ร่วมกันแถลงข่าวความคืบหน้าการพิจารณาสั่งคดีของพนักงานอัยการ ซึ่งเป็นคณะทำงานพิจารณาสำนวนคดีนายวรยุทธ หรือ บอส อยู่วิทยา ผู้ต้องหาขับรถชน ดาบตำรวจวิเชียร กลั่นประเสริฐ เสียชีวิตเมื่อปี 2555 หลังจากพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ได้ส่งสำนวนพยานหลักฐานใหม่ใน 2 ข้อหา คือ ขับรถชนคนตาย และคดีเสพโคเคน

พนักงานอัยการชุดทำงานได้มีมติเป็นเอกฉันท์ พิจารณาสั่งฟัองคดีนายวรยุทธในข้อหา ขับรถโดยประมาท เป็นเหตุให้เฉี่ยวชนกับความตาย ตาม ป.อาญา มาตรา 291 โดยแจ้งให้พนักงานสอบสวนนำตัวนายวรยุทธมาเพื่อฟ้องต่อไป คดีนี้จะหมดอายุความในวันที่ 3 กันยายน 2570

และสั่งฟ้องนายวรยุทธในข้อหา เสพยาเสพติดให้โทษ ประเภทที่ 2 (โคเคน หรือ โคเคอีน) โดยผิดกฎหมาย ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 58,91 คดีนี้จะหมดอายุความในวันที่ 3 กันยายน 2565

เนื่องจากพนักงานอัยการคณะทำงานเห็นว่าการเสพโคเคนแล้วขับรถยนต์ความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดจนเกิดอุบัติเหตุ เป็นการกระทำความผิดตามกฎหมาย โดยมีหลักฐานเป็นผลตรวจของแพทย์ระบุว่ามีสารเสพติดประเภทโคเคนในร่างกายจริง

อีกทั้งยังนำผลการคำนวนความเร็วรถจากผู้เชี่ยวชาญที่น่าเชื่อถือมาประกอบการพิจารณา โดยประเด็นนี้อ้างอิงจากหลักฐานใหม่ เป็นพยาน 2 ปาก ที่ไม่เคยปรากฎในสำนวนคดี คือ นายสธน วิจารณ์วรรณลักษณ์ อาจารย์ประจำภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่เคยลงพื้นที่ตั้งแต่วันเกิดเหตุเพื่อคำนวนความเร็วรถยนต์ของนายบอสฯ และนายสามารถ ราชพลสิทธิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านความเร็วรถ ที่ทั้งสองคนให้ความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่านายบอสฯ ขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด โดยนายสธนฯ ให้ความเห็นว่ารถมีความเร็ว 160-190 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และนายสามารถฯช ให้ความเห็นว่ารถมีความเร็ว 110-145 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

จึงเห็นว่านายวรยุทธฯ กระทำผิดจริงตามข้อหาดังกล่าว จึงมีความเห็นสั่งฟ้อง ซึ่งการสั่งฟ้อง 2 ข้อหานี้ ไม่ได้อยู่ใต้บริบทของคำสั่งเดิมที่สั่งไม่ฟ้องไปก่อนหน้านี้ แต่เป็นการสั่งคดีจากพยานหลักฐานใหม่ อายุความจะนับตั้งแต่วันที่กระทำความผิด