นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า หรือ สนค. กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงสถิติการส่งออกของประเทศในช่วงเดือนกรกฎาคม 2563 พบว่า การส่งออกยังคงติดลบที่ร้อยละ 11.4 หรือ คิดเป็นมูลค่าการส่งออกที่ 18,819 ล้านเหรียญสหรัฐ ในขณะที่การนำเข้าติดลบร้อยละ 26.4 คิดเป็นมูลค่า 15,476 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลทำให้ดุลการค้าเกินดุลที่ 3,343 ล้านเหรียญสหรัฐ

โดยการส่งออกในช่วงเดือนกรกฎาคมที่ยังคงติดลบนั้นเป็นผลมาจากประเทศคู่ค้าหลายประเทศยังคงได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ในรอบที่ 2 ทำให้กำลังซื้อหดตัวและความต้องการสินค้าลดลง ประกอบกับสถานการณ์สงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่ยังคงไม่คลี่คลายและมีแนวโน้มที่จะเกิดความขัดแย้งมากขึ้นทำให้การค้าโลกยังคงได้รับผลกระทบ ประกอบกับสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ยังไม่ฟื้นตัวและค่าเงินบาทของไทยที่เริ่มมีการแข่งค่าขึ้นมาเล็กน้อยมีผลต่อการส่งออกในภาพรวม

ในขณะที่การส่งออกของประเทศในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ยังคงติดลบอยู่ที่ร้อยละ 7.7 คิดเป็นมูลค่าการส่งออกที่ 133,162 ล้านเหรียญสหรัฐ การนำเข้าติดลบร้อยละ 14.7 มูลค่า 119,118 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลทำให้ดุลการค้าเกินดุลอยู่ที่ 14,044 ล้านเหรียญสหรัฐ และจากมูลค่าการส่งออกที่ทำได้เดือนละ 18,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้ทางสนค.มั่นใจว่าในช่วงที่เหลือของปี หากยังสามารถรักษาระดับมูลค่าดังกล่าวไว้ได้ การส่งออกของประเทศในปีนี้จะไม่ติดลบเป็นตัวเลข 2 หลัก โดยคาดว่าการส่งออกจะติดลบอยู่ที่ประมาณร้อยละ 8-9