ส.ส.กลุ่มดาวฤกษ์ พรรคพลังประชารัฐ นำโดย น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ ส.ส.กทม.เขตพญาไท-ราชเทวี-จตุจักร น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ส.ส.กทม.เขตบางกะปิ-วังทองหลาง และนายศิริพงษ์ รัสมี ส.ส.กทม.เขตหนองจอก ลงพื้นที่ชุมชนบุญร่มไทร ซอยเพชรบุรี 7 เพื่อรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนชุมชนริมทางรถไฟมักกะสัน จากกรณีการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท.ขอเวนคืนที่ดิน เพื่อก่อสร้าง Hub รถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อ 3 สนามบิน ได้แก่ สนามบินอู่ตะเภา สนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินเอนเมือง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ อีอีซี โดยมีชุมชนได้รับผลกระทบ 26 ชุมชน แต่ได้รับผลกระทบแบบเร่งด่วน 12 ชุมชน จำนวน 2,366 ครัวเรือน

ด้านน.ส.วทันยา กล่าวว่า จากการรับฟังปัญหาของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการเวนคืนที่ดินของ รฟท.ซึ่งจะต้องส่งมอบพื้นที่ให้กับเอกชนผู้ชนะการประมูลในการพัฒนามักกะสันคอมเพล็กซ์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการอีอีซี ในการเชื่อมโยง 3 สนามบิน โดยในปัจจุบันชาวบ้านเดือดร้อนจากปัญหาโควิด-19 และตอนนี้ยังจะต้องถูกขับไล่ออกจากพื้นที่จึงเดือดร้อนมาก ในขณะเดียวกันก็เข้าใจเรื่องการเดินหน้าโครงการ ดังนั้นในฐานะ ส.ส.จึงจะนำปัญหาความเดือดร้อนนี้เข้าหารือกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องในการหาทางออกเยียวยาให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ ก่อนที่ รฟท.จะต้องส่งมอบพื้นที่ให้เอกชนตามกำหนด

ขณะที่ น.ส.ภาดาท์ กล่าวว่า ข้อเรียกร้องที่ชาวบ้านฝากมานั้น คือ ระยะเวลาที่ชัดเจนว่า รฟท.จะใช้พื้นที่เมื่อไหร่ และเป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีหน่วยงานเข้ามาดูแลจัดหาที่อยู่ใหม่ให้ รวมทั้งขอให้ยุติการฟ้องร้องและหาทางออกร่วมกัน ดังนั้นหลังจากนี้จะให้ชาวบ้านยื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคมฯ และดำเนินการต่อไป รวมทั้งจะนำไปหารือในที่ประชุมสภาฯและยื่นกระทู้ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมต่อไป เพราะ ส.ส.มีหน้าที่ในการประสานความทุกข์ร้อนของชาวบ้านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาด้วยตัวเองได้ เพราะไม่มีอำนาจ ดังนั้นสิ่งที่จะทำได้ดีที่สุด คือการติดตามปัญหาและทวงถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม