นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 2 ทรุดหนัก การขยายตัวติดลบถึง -12.2 % ซ้ำเติมเศรษฐกิจเดิมที่ย่ำแย่อยู่แล้ว โดยแนวโน้มเศรษฐกิจในไตรมาส 3 และ 4 ยังมีทิศทางย่ำแย่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะทำให้ บริษัท ห้างร้าน ต้องปิดตัวกันอีกมาก คนจะตกงานเพิ่มขึ้น หนี้เสียในระบบธนาคารจะพุ่งขึ้นอีก การที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ปรับคณะรัฐมนตรีล่าสุดโดยปรับรื้อทีมเศรษฐกิจที่บริหารกันมา 6 ปี ออกทั้งหมด เท่ากับยอมรับถึงความล้มเหลวที่ผ่านมา แต่การปรับคณะรัฐมนตรีครั้งใหม่นี้ ไม่เพียงไม่สร้างความมั่นใจ แต่กลับยิ่งสร้างความสับสนมากขึ้น ตั้งแต่การเลื่อนขั้น นายดอน ปรมัคถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้เป็นรองนายกฯด้วย ทั้งที่ไม่มีผลงานเลย การตั้ง รัฐมนตรีพลังงาน ควบรองนายกฯ แต่ รัฐมนตรีคลังกลับไม่ได้ควบ ทั้งที่ กระทรวงการคลัง สำคัญกว่ากระทรวงพลังงานมาก แถมยังให้ รองนายกฯ ควบ รมว. พลังงาน มากำกับกระทรวงการคลังอีก ยิ่งสร้างความสับสน เหมือนกับจะขาดความรู้ และ ขาดความเข้าใจในระบบการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจอีก

ทั้งนี้ยังไม่เห็นทีมเศรษฐกิจใหม่ของรัฐบาลได้แสดงวิสัยทัศน์ว่าจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจอย่างไร ทั้งที่ควรจะต้องพร้อม และบอกประชาชนได้แล้วตั้งแต่วันแรกในการทำงานเพื่อแสดงการเตรียมพร้อมและสร้างความมั่นใจที่มีอยู่ในระดับต่ำอยู่แล้ว เท่าที่ได้ยินมีแต่คำพูดเพื่อเอาใจพล.อ.ประยุทธ์เท่านั้น โดยมีการโยนหินถามทางมาจากกระทรวงการคลังที่จะรื้อกฎเกณฑ์การปล่อยกู้ซอฟท์โลนให้กับธุรกิจ SMEs ในวงเงิน 5 แสนล้านบาทใหม่ทั้งหมด ทำให้สงสัยว่า แม้เป็นจะเป็นเรื่องที่ควรจะทำ แต่ รัฐมนตรีคลัง ที่เป็นนักกฎหมายมาจากธนาคารพาณิชย์น่าจะสับสน เพราะซอฟท์โลนดังกล่าวเป็นส่วนของ ธนาคารแห่งประเทศไทย ไม่ใช่ของกระทรวงการคลัง ซึ่งรัฐบาลได้ชี้แจงไว้เองในสภาฯ ตอนอภิปรายงบเงินกู้เพื่อเยียวยาและฟื้นเศรษฐกิจจากวิกฤตโควิด ดังนั้นจึงอยากให้ รมว.คลังคนใหม่ ที่เป็นนักกฎหายได้ตรวจสอบข้อกฎหมายก่อน ก่อนที่จะเสียฟอร์มตั้งแต่เริ่ม

นอกจากนี้ในภาวะที่ประเทศกำลังผันผวนทั้งเศรษฐกิจที่กำลังย่ำแย่หนัก และยังจะตกต่ำลงไปอีก ปัญหาการเมืองที่หนักหนาสาหัส สืบเนื่องมาจากรัฐธรรมนูญที่บิดเบี้ยว การชุมนุมของนักศึกษาและนักเรียนทั่วประเทศที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก สังคมที่เสื่อมทรามมีการ ปล้น จี้ ขโมย โกง กันแทบทุกวันจากพิษเศรษฐกิจ ระบบยุติธรรมที่เสื่อมทราม ตำรวจที่ไม่ทำหน้าที่ของตัวเองแต่เที่ยวไล่จับนักศึกษา ซึ่งหากมาตั้งสติ และพิจารณาให้ดีจะพบว่าสาเหตุหลักของปัญหาทั้งหมดนี้ น่าจะเกิดมาจาก พล.อ.ประยุทธ์แทบทั้งสิ้น ดังนั้นเพื่อเป็นการตัดตอนปัญหาไม่ให้ลุกลามต่อไป พล.อ.ประยุทธ์ ควรจะต้องรีบลาออก เพื่อป้องกันปัญหาไม่ให้ลุกลามไปมากกว่านี้