นายสมัคร เชาวภานันท์ ทนายความของนายวรยุทธ หรือ บอส อยู่วิทยา ชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร โดยยืนยันว่า นายบอสไม่ได้มีถิ่นที่อยู่ อยู่ในประเทศไทย และมีหนังสือส่งมายังกรรมาธิการแจ้งว่า บอส มาชี้แจงต่อกรรมาธิการไม่ได้ เพราะถูกยกเลิกหนังสือเดินทาง และยังไม่ได้ดำเนินการเรื่องพาสปอร์ต ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการฯ จะส่งหนังสือเชิญตามภูมิลำเนา และต้องได้รับการปฏิบัติตามกฎหมายฉบับเดียวกับคนไทยทุกคน

 

ด้าน พ.ต. อ.ธนสิทธิ์ แตงจั่น นักวิทยาศาสตร์ สบ. 4 กลุ่มงานตรวจเคมีฟิสิกส์ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน1 สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ชี้แจงต่อกรรมาธิกาฯ โดยยอมรับว่า การคำนวณความเร็วรถครั้งแรกได้ 177 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ที่ในสำนวนเป็น 79.2 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพราะเชื่อการคำนวณของนายสายประสิทธิ์ เกิดนิยม อาจารย์ประจำ และหัวหน้าศูนย์วิจัยเฉพาะทางวิศวกรรมการประเมินและความปลอดภัยยานยนต์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ซึ่งเห็นว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญและมีชื่อเสียง ประกอบกับมีเวลาในการพิจารณาสำนวนน้อย จึงเชื่ออย่างบริสุทธิ์ใจ

แต่หลังจากนั้น ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้สั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาไปตรวจสอบ และพบว่าคลาดเคลื่อน ร้อยละ 40 ซึ่งได้ให้การต่อผู้บังคับบัญชาใหม่ว่า ความเร็วอยู่ที่ 177 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตั้งแต่ปี 2559 จึงไม่ได้กลับคำให้การ แต่มาพบว่าไม่ปรากฎในสำนวน ประกอบกับเข้าใจผิดว่า ข้อหานี้ขาดอายุความแล้ว จึงไม่ได้ตามเรื่อง และยืนยันว่าไม่เคยชี้แจงต่อกรรมาธิการของ สนช. จึงไม่แน่ใจว่าเหตุใดจึงมีคำชี้แจงของตนอยู่กรรมาธิการ

 

ขณะที่ นายเทพสุ บวรโชติดารา ผู้อำนวยการกองข่าวกรองทางการเงินสำนักงาน ป.ป.ง. ชี้แจงว่าแม้นายเนตร จะยินยอมให้ตรวจสอบเส้นทางการเงิน ต่อกรรมาธิการ แต่ ป.ป.ง. ไม่สามารถตรวจสอบได้ เพราะจะต้องดำเนินการตามอำนาจของกฎหมาย ( อ่านข่าว : “เนตร”แจงกมธ.สั่งไม่ฟ้อง”บอส”ทำตามกรอบสำนวนปัดรับเงิน)