คณะกรรมาธิการวิสามัญ รับฟังความคิดเห็นของนักเรียน นิสิต และนักศึกษา ของสภาผู้แทนราษฎร ประชุมนัดแรกวันนี้ มีมติเลือกนายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย นั่งเป็นประธานคณะกรรมาธิการฯ และนายแพทย์คณวัฒน์ จันทรลาวัณย์ หรือ หมอเอ้ก เป็นโฆษกกรรมาธิการฯ โดยจะประชุมทุกวันศุกร์เวลา 10.00 น. นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือ เรื่องการลงพื้นที่ชุมนุมต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อรับฟังความคิดเห็นของนักศึกษาอย่างรอบด้าน ขณะนี้ ได้รวบรวมข้อมูลกำหนดการเวทีการชุมนุมไว้แล้ว

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้หารือกันถึงแนวทางการลงพื้นที่ ซึ่งกรรมาธิการฯ บางส่วน เสนอให้ตั้งคณะอนุกรรมาธิการฯ เพื่อลงพื้นที่โดยเฉพาะ แต่บางส่วนไม่เห็นด้วย เนื่องจากกรรมาธิการฯ ควรลงพื้นที่ไปเองมากกว่า ขณะที่ กรรมาธิการฯ สัดส่วน NGO เสนอว่า ไม่จำเป็นต้องลงไปทุกเวที เพราะสามารถรับฟังความคิดเห็น
ผ่านช่องทางออนไลน์ได้ จึงมีข้อเสนอให้ตั้งคณะอนุกรรมาธิการฯขึ้นมา เพื่อรับฟังความคิดเห็นผ่านช่องทางออนไลน์โดยเฉพาะ

สำหรับข้อมูลที่กรรมาธิการฯ ได้จากการลงพื้นที่นั้น มี 3 แนวทางในการดำเนินการ โดยแนวทางแรกจะมีการถ่ายทอดสดให้ประชาชนได้รับชมถึงการปฏิบัติงานของคณะกรรมาธิการฯ ว่ากรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นอย่างไร ได้รับการต้อนรับอย่างไร จากนั้นจะจัดทำรายงานข้อเสนอ ส่งไปยังกระทรวงต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
รวมทั้งหน่วยงานอื่นๆ ว่าต้องรับผิดชอบในประเด็นใดบ้าง

 

ส.ส.พิษณุโลก ชม นศ. เสนอแก้ รธน. เพราะมองเห็นปัญหาของประเทศ

นายนิยม ช่างพินิจ ส.ส.พิษณุโลก พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงข้อเรียกร้องหนึ่งของนักศึกษาคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า ถือเป็นประเด็นสำคัญที่นักศึกษามองเห็นปัญหาของประเทศเกิดมาจากรัฐธรรมนูญ แม้ฝ่ายที่สนับสนุนว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านการทำประชามติจากประชาชนแล้วก็ตาม แต่อยากให้พิจารณาด้วยใจเป็นธรรมมีความผิดปกติเกิดขึ้นเพราะเป็นประชามติแบบมัดมือชก ที่ผู้มีอำนาจใช้กฎหมายความมั่นคงจับกุมคุมขังคนที่รณรงค์ไม่รับรางรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ผู้มีอำนาจดำเนินการทุกวิธีที่จะให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านความเห็นชอบจากประชาชน แต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นผลงานชิ้นโบว์ดำของรัฐบาล ทั้งนี้เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่เอื้อให้กับการพัฒนาประเทศ เพราะโครงสร้างสังคมไทยที่บิดเบี้ยวและไม่มีส่วนหนึ่งหรือมาตราใดที่ประชาชนมีส่วนร่วมในการเขียน รัฐธรรมนูญ เป็นการจัดการของคณะผู้มีอำนาจยัดเยียดให้ประชาชนต้องรับชะตากรรม

นอกจากจุดอ่อนที่สุดของรัฐธรรมนูญ ตัดประชาชนออกจากการเลือกผู้นำประเทศ เพราะให้สมาชิกวุฒิสภาหรือ ส.ว.ที่มาจากการสรรหาของผู้อำนาจแต่งตั้งจำนวน 250 คนมาทำหน้าที่แทนประชาชนทั้ง 70 กว่าล้านคน ซึ่งเป็นการไม่ให้ความสำคัญกับอำนาจประชาชน นอกจากนี้ สว.ยังมีอำนาจในการเลือกผู้นำรัฐบาลได้ถึง 2 สมัย ดังนั้นการเขียนรัฐธรรมนูญหนีไม่พ้นเปิดทางการสืบทอดอำนาจเปิดทาง พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีนานกว่า 12 ปี หรือ 3 สมัยของรัฐบาล ปัญหาของประเทศคือ การร่างรัฐธรรมนูญที่ตัดอำนาจของ ส.ส.ไม่สามารถช่วยเหลือประชาชนได้ แม้มีประชาชนมาร้องขอความช่วยเหลือก็ไม่สามารถทำหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ ต้องนำมาหารือในสภาเท่านั้นแล้วปัญหาของประชาชนก็ไม่ได้รับการแก้ไขอย่างทันท่วงที โดยสรุปผู้เขียนรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่เห็นหัวประชาชนและไม่ให้ความสำคัญกับการมีอยู่ของประชาชนแต่อย่างใด