นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า หรือ สนค. กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงสถิติการส่งออกของประเทศ ในช่วงเดือนมิถุนายน 2563 พบว่า การส่งออกยังคงติดลบอยู่ที่ร้อยละ 23.17 เป็นอัตราการขยายตัวต่ำสุดในรอบ 131 เดือน คิดเป็นมูลค่าการส่งออก 16,444 ล้านเหรียญสหรัฐ และการส่งออกในช่วง 6เดือนแรกของปีนี้ ติดลบ ร้อยละ 7.09 คิดเป็นมูลค่า 114,343 ล้านเหรียญสหรัฐ

โดยปัจจัยที่ทำให้การส่งออกยังคงลดลง เป็นผลมาจากเศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้นตัว เนื่องจากโควิด-19 กลับมาระบาดรอบสองในหลายประเทศ ทำให้กำลังซื้อของคู่ค้าลดลงมีผลกับการส่งออกของไทย ประกอบกับราคาน้ำมันยังปรับราคาสูงขึ้นไม่มากมีผลกับการส่งออกสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับราคาน้ำมันให้หดตัวลงตามไปด้วย โดยน้ำมันสำเร็จรูปส่งออกลดลงร้อยละ 36.3 และราคาน้ำมันอาจไม่ฟื้นตัวเร็วนัก รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบลดลงร้อยละ 43.2 เครื่องจักรกลและส่วนประกอบลดลงร้อยละ 31.8 ทองคำลดลงร้อยละ 86 ข้าวลดลงร้อยละ 25.6 แต่เชื่อว่าการส่งออกในภาพรวมได้ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว และหลายตลาดเริ่มมีการกลับมาฟื้นตัวอย่างช้าๆ โดยการส่งออกในภาพรวมของประเทศทั้งปีคาดว่าจะติดลบอยู่ที่ร้อยละ 8-9

ในขณะที่การนำเข้าในช่วงเดือนมิถุนายนติดลบร้อยละ 18.05 คิดเป็นมูลค่า 14,834 ล้านเหรียญสหรัฐ การนำเข้าช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ ติดลบร้อยละ 12.62 คิดเป็นมูลค่า 103,642 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลดุลการค้าในเดือนมิถุนายนเกินดุลที่ 1,610 ล้านเหรียญสหรัฐ และดุลการค้าในช่วง 6 เดือนแรก เกินดุล 10,701 ล้านเหรียญสหรัฐ

อย่างไรก็ตาม ทาง สนค.มีความเป็นห่วงในเรื่องของสถานการณ์ข้าวที่ส่งออกลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเชื่อว่าในปีนี้การส่งออกข้าวจะอยู่ที่ประมาณ 6 ล้านตัน ในขณะที่ค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น จำเป็นที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเร่งดูแลให้ค่าเงินบาทอยู่ในระดับที่เหมาะสม