ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีที่มีการจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สังกัด สภ.กุฉินารายณ์ จว.กาฬสินธุ์ ในความผิดฐานมียาเสพติดไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ว่าได้รับรายงานจาก กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ว่า เมื่อวันที่ 15 มี.ค. 61 เวลา 11.00 น. บริเวณถนนสาธารณะทางขึ้นอ่างเก็บน้ำห้วยมุก ม.1 ต.น้ำเที่ยง อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร ได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา 4 คน โดยหนึ่งในนั้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตำแหน่ง สว.สส.สภ.กุฉินารายณ์ จว.กาฬสินธุ์ จำนวน 1 คน รวมอยู่ด้วย พร้อมยึดของกลาง ยาเสพติดให้โทษประเภท (ยาบ้า) จำนวน 59,750 เม็ด และของอื่นๆอีกหลายรายการ

ผู้ต้องหาทั้ง 4 คน มีความผิดฐาน “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย” และเจ้าหน้าที่ตำรวจหนึ่งในนั้น มีความผิดเพิ่มเติมในความผิดฐาน “มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตพกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร”

ขณะนี้ทราบว่า กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้มีคำสั่งตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงและคำสั่งให้ สว.สส.สภ.กุฉินารายณ์ จว.กาฬสินธุ์ คนดังกล่าว ออกราชการไว้แล้ว

รองโฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้ประกาศกวาดล้างปราบปราม ยาเสพติดในทุกมิติ เป็นวาระแห่งชาติ และถือเป็นนโยบายบริหารราชการหลัก ของท่าน ผบ.ตร. ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมาและถือว่าเป็นการขับเคลื่อนนโยบายที่สำคัญของรัฐบาล มุ่งเน้นการปราบปราม จับกุมผู้ผลิต ผู้จำหน่ายยาเสพติดในทุกมิติ เพิ่มความเข้มข้นในการลักลอบนำเข้ายาเสพติดจากต่างประเทศ รวมถึงการให้ความรู้กับประชาชนเพื่อสร้างเกราะป้องกันตนเองให้พ้นพิษภัยของยาเสพติด ซึ่งมีสถิติการจับกุมคดียาเสพติดตั้งแต่ ตุลาคม 2559 – กันยายน 2560 สมารถจับยาบ้าได้ 214,893,075 เม็ด , ยาไอซ์ 5,198.75 กก. , เฮโรอีน 376.57 กก. , กัญชาแห้ง 13,785.46 กก. , โคเคน 45.45 กก. รวมทรัพย์สินที่ยึดได้กว่า 1.379 พันล้านบาท

การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จอีกครั้งหนึ่งที่สามารถจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจที่กระทำความผิดกฎหมาย ประพฤติปฏิบัติตนไม่ดี และยืนยันว่าจะไม่มีการปกป้องตำรวจที่กระทำความผิดกฎหมายอย่างแน่นอน โดยจะต้องถูกดำเนินการทางวินัยและทางอาญา อย่างเด็ดขาด ซึ่งที่ผ่านมา ได้มีข้อสั่งการกำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ให้กระทำผิดกฎหมายหรือเข้าไปเกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมายเสียเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งห้ามไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดอยู่แล้ว

อีกทั้งยังได้มอบนโยบายในการปัดกวาดเช็ดถูบ้านตนเองก่อน เช่นโครงการตำรวจสีขาว โดยให้ผู้บังคับบัญชาหมั่นตรวจสอบ สอดส่องดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาที่มีพฤติการณ์เข้าไปเกี่ยวข้องกับกระทำผิดกฎหมายต่างๆ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประพฤติปฏิบัติตนนอกแถวจะดำเนินการทางวินัยและทางอาญาอย่างเด็ดขาด ไม่ปล่อยไว้อยู่แล้ว เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง เสื่อมเสียชื่อเสียงองค์กรต่อไป