เภสัชกรหญิง สุภัทรา บุญเสริม รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารเเละยา (อย.) เปิดเผยว่า การปลูกกัญชงในรูปแบบเศรษฐกิจ อยู่ในขั้นตอนการแก้ไขกฎกระทรวงกัญชง ซึ่งคาดว่า จะจบในสัปดาห์หน้า เมื่อสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่งร่างพระราชบัญญัติ กลับมาเพื่อให้ ครม. รับทราบ และส่งให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ลงนาม โดยจะมีผลภายใน 30 วัน หลังจากที่กฎกระทรวงฉบับนี้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา ก็คาดว่า จะสามารถปลูกได้ภายในเดือนตุลาคม 2563 นี้

ส่วนกฎกระทรวงกัญชา เพื่อพึ่งพาตนเองในระดับชุมชน เพื่อนำผลผลิตไปผลิตยา ได้ผ่านกฤษฎีกาในวาระแรกไปแล้ว รอพิจารณาในวาระที่ 2 อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่า ในส่วนของกัญชา ไม่สามารถทำได้คล่องตัว เนื่องจากถูกล้อมด้วย บทเฉพาะกาลในพระราชบัญญัติ ที่ต้องให้ดำเนินการร่วมกับหน่วยงานรัฐ 5 ปี

ทั้งนี้ ทั้งกัญชาและกัญชง ยังคงเป็น ยาเสพติด ให้โทษประเภทที่ 5 เพราะฉะนั้นในเรื่องของการขออนุญาต จะต้องมีเงื่อนไขเข้มงวด และรัดกุม และทางกระทรวงสาธารณสุข มีการเสนอเรื่องแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ เพื่อให้ผู้ป่วย หมอพื้นบ้าน แพทย์แผนไทย สามารถปลูกได้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา วาระที่ 2 เนื่องจากกัญชา และกัญชง ยังคงติดในเรื่องของยาเสพติด ให้โทษประเภทที่ 5

สำหรับกฎกระทรวงทั้ง 2 ฉบับ ถือการปลดล็อกครั้งสำคัญ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงกัญชาได้มากขึ้น และขออนุญาตปลูกกัญชง คือ กัญชาสายพันธุ์ที่มี THC ต่ำ ได้ง่ายขึ้น คาดว่า กฎกระทรวงกัญชา และกฎกระทรวงกัญชง จะประกาศใช้ได้ ภายในเดือนสิงหาคม นี้ หลังจากนั้น ประชาชน ก็จะสามารถปลูกกัญชง เป็นพืชเศรษฐกิจ ได้จริง เพียงแต่ต้องขออนุญาตปลูก และผลิต ให้ถูกต้องตามกฎหมายซึ่งเป็นที่น่าจับตาในการเสนอกฎหมายทั้ง 2 เรื่องดังกล่าว จะเป็นการรุกคืบครั้งสำคัญของ นโยบายกัญชาเสรีทางการแพทย์ ของรัฐบาลที่ได้บรรจุเอาไว้ในนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล และตามเสียงเรียกร้องของประชาชน