นายณัฐจักร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา และ นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข กรรมการ ป.ป.ช. เข้าทำงานเป็นวันแรก หลังได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการ ป.ป.ช. โดยได้มีการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในสำนักงาน ป.ป.ช. ก่อนเริ่มงาน โดยนายสุชาติ กล่าวว่า การทำงานคงขึ้นอยู่กับกรรมการ ป.ป.ช.ชุดเดิม ว่าจะมีนโยบายในการบริหารจัดการคดีอย่างไร พวกเราคงจะต้องรับนโยบาย และปฏิบัติตามยุทธศาสตร์ของ ป.ป.ช. ส่วนกรณีปัญหาเสียงวิพากษ์วิจารณ์นั้น เข้าใจว่าสำนวนของ ป.ป.ช.ไม่สามารถเปิดเผยได้จนกว่าเรื่องจะไปสู่การพิจารณาของศาล แต่โดยส่วนตัวเห็นว่า หากคดีใดที่สั่งฟ้องเรียบร้อยแล้ว และไม่ส่งผลกระทบต่อการสอบสวน ก็ควรจะมีการเผยแพร่ความเห็นส่วนตัวของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ได้ลงมติในคดีนั้นต่อสาธารณะ เพื่อป้องกันข้อครหาว่า ป.ป.ช.ไต่สวนสำนวนไม่เป็นธรรม

ด้านนายณัฐจักร กล่าวว่า เคยทำงานเป็นอนุกรรมการ ป.ป.ช. และเห็นว่าสิ่งแรกจะต้องเร่งสร้างกำลังคนของ ป.ป.ช.ให้เก่ง นอกจากนั้นจะต้องสร้างขวัญกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ และควรกระจายอำนาจจากคณะกรรมการป.ป.ช.ให้กับป.ป.ช.ประจำจังหวัดมากขึ้นให้มีอำนาจตัดสินใจบางเรื่อง เพื่อให้คดีค้างเก่าเดินหน้าได้อย่างรวดเร็ว ส่วนแนวทางการทำงานนั้น ขอให้รอดูว่าตนทำงานได้หรือไม่ อย่างไรก็ตามการไต่สวนในทุกสำนวนก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ถูกกล่าวหาและผู้ร้องมากที่สุด เพื่อให้เกิดความเกิดความเท่าเทียมและเป็นประโยชน์กับประชาชน โดยในเรื่องที่มีการกล่าวหา จะต้องสอบทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งฝ่ายผู้กล่าวหาและผู้ถูกกล่าวหา เพื่อให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย และ ป.ป.ช.จะต้องมีความเป็นกลางในการตัดสินใจ

ด้านนายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีข่าวว่า ป.ป.ช.มีมติชี้มูลในคดีฮั้วประมูลการจัดงานอีเวนต์ประชาสัมพันธ์โครงการสร้างอนาคตใหม่ประเทศไทย Roadshow Thailand 2020 วงเงิน 240 ล้านบาทว่า มีนักการเมืองถูกชี้มูลในคดีนี้ตามที่มีข่าวจริง แต่ขณะนี้ ป.ป.ช.กำลังจัดทำรายละเอียดอยู่ ดังนั้นจึงขอให้รอฟังรายละเอียดอีกครั้งในการแถลงของโฆษก ป.ป.ช.สัปดาห์นี้