หน้าแรกการเกษตรกระทรวงเกษตรฯ บุกญี่ปุ่น ดัน "ไทยครัวโลก" ขยายส่งออกหมู-ไก่ ลุยเพิ่มโควตา 10 เท่า

กระทรวงเกษตรฯ บุกญี่ปุ่น ดัน “ไทยครัวโลก” ขยายส่งออกหมู-ไก่ ลุยเพิ่มโควตา 10 เท่า

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บุกญี่ปุ่น ดัน “ไทยครัวโลก” ขยายส่งออกหมู-ไก่ ลุยเพิ่มโควตา 10 เท่า ผนึกเอกชนเจรจา MAFF ปลดล็อกการค้า หวังดันส่งออกปศุสัตว์ทะลุแสนล้าน สร้างความมั่นคงอาหารเอเชีย

เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวไทยแทบลอยด์ รายงานว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ผนึกเอกชนรุกตลาดญี่ปุ่น ดันไทยฐานความมั่นคงอาหาร ขยายตลาดปศุสัตว์ท่ามกลางความวุ่นวายทางการเมืองระหว่างปะเทศ ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ขณะที่น้ำมันก็ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ รวมถึงต้นทุนทางการเกษตรที่ยังคงผันผวน โดยเฉพาะปุ๋ยและอาหารสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ภายใต้การนำของ รัฐมนตรีว่าการฯ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ก็ได้มีการขับเคลื่อนในหลายเรื่อง ล่าสุดได้มอบหมายให้ นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ นางบุณฑริกา กระจ่างวงษ์ อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายเกษตร) และคณะ ร่วมกับสมาคมผู้ผลิตไก่เพื่อส่งออกไทย และสมาคมผู้ผลิตและแปรรูปสุกรเพื่อการส่งออก เยือนประเทศญี่ปุ่น เพื่อหารือทวิภาคีกับผู้แทนกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงญี่ปุ่น (MAFF) นำโดย Dr. Kazutoshi MATSUO หัวหน้าสัตวแพทย์และผู้อำนวยการสำนักงานกิจการสุขภาพสัตว์ระหว่างประเทศ พร้อมเข้าหารือกับผู้บริหารบริษัท Nipponham Group ผู้นำเข้าสินค้าปศุสัตว์ไทยรายใหญ่ในญี่ปุ่น ซึ่งมีส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 20% เพื่อร่วมกันผลักดันการส่งออกและแก้ไขปัญหาข้อจำกัดทางการค้า ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การหารือกับทางการญี่ปุ่นในครั้งนี้ เป็นไปเพื่อมุ่งยกระดับมาตรฐานสุขภาพสัตว์ และความปลอดภัยทางอาหารระหว่างสองประเทศ โดยทั้งสองประเทศได้หารือร่วมกันในการเร่งรัดมาตรการ NAI Zoning ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ โดยกรมปศุสัตว์ได้ติดตามความคืบหน้าการจัดทำมาตรการแบ่งพื้นที่ควบคุมโรคไข้หวัดนกสำหรับผลิตภัณฑ์สัตว์ปีก เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้บริโภคชาวญี่ปุ่น ซึ่งในขณะนี้ฝ่ายญี่ปุ่นอยู่ระหว่างการพิจารณาด้วยแนวโน้มเชิงบวก

สำหรับการขยายขอบข่ายการส่งออกเนื้อสุกรปรุงสุก ทางญี่ปุ่นได้แสดงท่าทีตอบรับในเชิงบวกต่อการพิจารณานำเข้าเนื้อสุกรปรุงสุกติดกระดูกและผลิตภัณฑ์ลำไส้สุกรปรุงสุกจากไทย โดยกรมปศุสัตว์เตรียมเร่งส่งข้อมูลเชิงเทคนิคเพิ่มเติม เพื่อยืนยันความพร้อมด้านมาตรฐานความปลอดภัย และระบบการควบคุมสุขอนามัยในกระบวนการผลิต ให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากลในส่วนของการเปิดตลาดวัตถุดิบอาหารสัตว์ ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงกระบวนการส่งออกขนสัตว์ปีกป่น และผลพลอยได้จากสัตว์ปีกป่น เพื่อขยายโอกาสทางการค้า และเพิ่มช่องทางการส่งออกสินค้าปศุสัตว์ไทย ให้ครอบคลุมกลุ่มวัตถุดิบอาหารสัตว์ ซึ่งฝ่ายญี่ปุ่นพร้อมให้การพิจารณาสนับสนุนในประเด็นดังกล่าว

นายสรวุฒิ กล่าวเพิ่มเติมว่า ภาพรวมการค้าสินค้าปศุสัตว์ระหว่างไทยและญี่ปุ่น สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง โดยการส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่นในปี 2568 พบว่า สินค้าเนื้อสัตว์ปีกและผลิตภัณฑ์ มีมูลค่าสูงถึง 67,483 ล้านบาท (ขยายตัวร้อยละ 2.8 จากปี 2566) โดย “เนื้อสัตว์ปีกปรุงสุก” เป็นสินค้าส่งออกสำคัญ นอกจากนี้ สินค้ากลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยง เป็นอีกหนึ่งสินค้าที่กำลังเติบโตที่มีมูลค่าส่งออกสูงถึง 14,352 ล้านบาท นำโดยอาหารสุนัขและแมว (อาหารกระป๋องและอาหารเม็ด) กลุ่มเนื้อสัตว์แปรรูปและอื่นๆ เช่น ไส้กรอกหมู ไส้กรอกไก่ และเบคอน มีมูลค่าส่งออกกว่า 490 ล้านบาท อีกทั้งการส่งออกไข่ไก่สด ยังกลับมาฟื้นตัวทำมูลค่าได้ถึง 132.40 ล้านบาทขณะเดียวกัน ในส่วนที่ประเทศไทยได้นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น เป็นวัตถุดิบสำคัญเพื่อต่อยอดในภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะ “หนังสุกรหมักเกลือ” ที่มีปริมาณนำเข้าเฉลี่ยสูงถึง 45 – 46 ล้าน กก.ต่อปี เพื่อเป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมเครื่องหนังและการแปรรูปของไทย

นอกจากนี้ ยังมีการนำเข้าเนื้อโคถอดกระดูกแช่แข็งที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง (มูลค่า 917.8 ล้านบาท ในปี 2568) รวมถึงหนังโคหมักเกลือกว่า 12.7 ล้าน กก.ทั้งนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมปศุสัตว์ ขอยืนยันความพร้อมในการให้การสนับสนุน และเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมผู้ประกอบการไทยอย่างเต็มที่ เพื่อผลักดันการส่งออกสินค้าและผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ที่ได้มาตรฐานระดับสากล และร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อไป

ส่วนการหารือร่วมกับภาคเอกชนของญี่ปุ่นในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าปศุสัตว์ โดยเฉพาะเนื้อหมูและเนื้อไก่ให้เข้าสู่ตลาดญี่ปุ่นได้มากขึ้น โดยเฉพาะประเด็นการขอเพิ่มโควตาการนำเข้าเนื้อสุกรไทย จาก 1,200 ตัน/ปี เป็น 12,000 ตัน/ปี จึงได้มอบหมายให้กรมปศุสัตว์ประสานงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเร่งด่วน เพื่อแก้ไขอุปสรรคทางการค้าให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว

นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมปศุสัตว์ ยังได้ข้อเสนอแนะในการเจรจากับกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงญี่ปุ่น (MAFF) ใน 5 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1) การขอขยายเพิ่มชนิดสินค้าส่งออก เช่น กลุ่มเนื้อติดกระดูก และเครื่องใน 2) การขอเจรจาลดอัตราภาษีนำเข้าเนื้อสุกร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน 3) ผลักดันไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกหลัก เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืนให้กับญี่ปุ่น ที่กำลังประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานภาคการเกษตร 4) หาแนวทางรองรับสภาพเศรษฐกิจ และกำลังซื้อของผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นที่ลดลง แม้ว่าสินค้าและอาหารไทยจะยังคงได้รับความนิยม และมีความเชื่อมั่นในด้านคุณภาพสูงก็ตาม และ 5) การขอเจรจาเพิ่มโควตาการนำเข้าเนื้อสุกรจากประเทศไทย

ทั้งนี้ การได้รับฟังข้อมูลและข้อเสนอแนะจากภาคเอกชนในครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อภาคการเกษตรของไทย และจะเป็นการเพิ่มมูลค่าการส่งออกให้เป็นไปตามนโยบายตลาดนำการผลิต และเพิ่มรายได้ให้เกษตรของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อีกด้วย

#สำนักข่าวไทยแทบลอยด์ #สื่อที่ยึดถือจรรยาบรรณครบถ้วน

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img