พระสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรือ พระพุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม อดีตหนึ่งในแกนนำ กปปส. โพสต์ข้อความเฟสบุ๊คส่วนตัว ‘หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara)‘ ุถึงกรณีเมื่อวานนี้ (14 มี.ค) ที่อัยการสำนักงานคดีพิเศษ นำตัว หลวงปู่พุทธะอิสระ พร้อมแนวร่วม กปปส. รวม 14 คน มายื่นฟ้องคดีต่อศาลอาญา ในคดีร่วมกันเป็นกบฏ ผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซ่องโจร บุกรุกสถานที่ราชการ ขัดขวางการเลือกตั้ง

โดยในประเด็นดังกล่าว พระพุทธะอิสระ กล่าวว่า ผู้ถูกกล่าวหาที่มารับฟังคำสั่งคดีในวันนี้มีทั้งหมด 14 คน และสิ่งหนึ่งที่อยากตั้งประเด็นถามบรรดาแกนนำทั้งหลายว่า สิ่งที่พวกเราลงทุนไปนี้ ประเทศชาติได้มาคุ้มหรือไม่ บ้านเมืองเป็นไปดังที่พวกเรามุ่งหวังหรือไม่ คำตอบจากทุกคนล้วนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ทุกคนรู้สึกภาคภูมิ ยินดี กับสิ่งที่ตนทำและไม่มีใครรู้สึกเสียใจ เสียดาย และไม่รู้สึกวิตกกังวลใดๆ กับชะตากรรมที่ได้รับส่วนผลสัมฤทธิ์ที่ได้เวลานี้ ว่าโดยรวมแล้วดีกว่าเก่า แต่ถ้าจักให้พูดให้ชัดว่า พวกเราได้อะไร ตอบว่า พวกเรามิได้มุ่งหวังว่าจักได้อะไร ขอเพียง ประเทศชาติปลอดภัย สถาบันปลอดภัย พระธรรมวินัยสะอาด ศักดิ์สิทธิ์ สังคมมีความหวังที่งดงาม แค่นี้พวกเราก็พึงพอใจแล้ว

พระพุทธะอิสระ กล่าวต่อไปว่า สิ่งที่พวกเรามองเห็นว่าประเทศนี้ได้ ประเทศเข้าสู่ขบวนการปฎิรูป บ้านเมืองได้รับการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี สังคมได้เห็นรากเหง้าแห่งความเน่าในที่หมกไว้ในลัทธิประชาธิปไตย พระพุทธศาสนาได้รับการชำระล้างในระดับหนึ่ง ธรรมกายได้รับการตรวจสอบอย่างแท้จริงจากภาครัฐและประชาชน สารพัดปัญหาทั้งหลายที่หมกอยู่ในดงขมิ้น ได้รับการเหลือบแลจากภาครัฐและสังคม รัฐบาล คสช. ได้สร้างสิ่งดีงามที่พวกประชาธิปไตยไม่เคยสร้าง ความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองกลับคืนมา จนทำให้ต่างชาติยอมรับ ไว้วางใจแห่กลับมาเที่ยวมากกว่ายุคสมัยรัฐบาลประชาธิปไตย และข้อดีๆ อีกหลายหลายที่ทำให้พวกเราเห็นเชื่อว่า การต่อสู้ทุ่มเทด้วยชีวิตของพวกเรา เป็นผลส่งให้บ้านเมืองกลับมาสงบสุขในระดับที่พอจะยอมรับได้สำหรับคนปกติ แต่ถ้าจะให้พูดว่า สมดังที่เราหวังไว้หรือไม่ ตอบว่า ไม่

“ด้วยเพราะมีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้การทำงานปฎิรูปของรัฐบาล คสช. ต้องประสบปัญหา ถามว่ารัฐบาลเขามีความตั้งใจทำแล้วหรือยัง เท่าที่ดูก็เห็นว่าเขาตั้งใจ จริงใจ ทุ่มเทที่จะแก้ปัญหา แต่ด้วยบริบททางสังคมที่ซับซ้อน ซ่อนเร้น ไม่ยอมรับ เตะสกัด ไม่ให้ความร่วมมือ และพยายามสร้างปัญหาใหม่ๆ ให้รัฐบาลเสียสมาธิจนกระทบต่อการทำงาน เหล่านี้เราพอเข้าใจ สรุปว่า เราไม่เสียใจ ไม่น้อยใจ ทั้งยังรู้สึกภาคภูมิใจเสียด้วยซ้ำที่ชีวิตนี้ได้โอกาสตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน” พระพุทธะอิสระ กล่าว