นายอนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตกรรมการและกรรมการตรวจสอบ ธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การทรุดตัวลงอย่างรวดเร็วของภาคส่งออกจะทำให้เกิดการเลิกจ้างจำนวนมาก การผิดนัดชำระหนี้ และหนี้เสียจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วช่วงครึ่งปีหลัง โดยทางธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. ควรต่อมาตรการการเลื่อนชำระหนี้ที่กำลังสิ้นสุดลงประมาณเดือนตุลาคม พ.ศ. 2563 โดยอาจต้องต่ออายุไปอีกอย่างน้อย 6 เดือน หรือจนถึงเดือนเมษายน 2564 ซึ่งมาตรการทางการเงินช่วยเหลือ SMEs ในการเลื่อนการชำระหนี้ จะกระทบต่อสถาบันการเงินบางแห่งที่มีอัตราส่วนกองทุนขั้นที่ 1 ต่อสินทรัพย์เสี่ยงไม่สูงนัก

อย่างไรก็ตาม การอ่อนตัวลงของอุปสงค์โลกอย่างชัดเจนยังไม่ถึงจุดต่ำสุดและกว่าจะกระเตื้องขึ้นบ้างน่าจะใช้เวลาอย่างน้อย 1 ปี ผู้ส่งออกต้องระมัดระวังปัญหาผู้ซื้อในต่างประเทศไม่สามารถเรียกเก็บเงินค่าชำระสินค้าได้ หรือ ชำระเงินล่าช้ามาก ภาวะดังกล่าวเกิดจากปัญหาการขาดทุนการขาดสภาพคล่อง