นายนิยม ช่างพินิจ ส.ส.พิษณุโลก พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการประชุมสภาหลังมีมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 จำนวนเงิน 3.3 ล้านล้านบาท ว่า

ในการอภิปรายงบประมาณที่พรรคร่วมฝ่ายค้าน ชี้ให้เห็นถึงข้อบกพร่องและปัญหาในการจัดทำงบประมาณ 2564 นั้นไม่ตอบโจทย์ประเทศ และจัดงบแบบไม่ให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งนี้พรรคร่วมฝ่ายค้าน เกรงว่าเงินจำนวน 3.3 ล้านล้านบาท จะละลายแม่น้ำโดยไม่ก่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชน ในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ รัฐบาลควรที่จะให้ความสำคัญกับรากเหง้าของประเทศไทย คือการแก้ไขปัญหาให้ประชาชน นอกจากนี้ควรพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อช่วยเกษตรกรอย่างจริงจัง ต้องให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาให้ประชาชนโดยเฉพาะแก้ไขด้านความเป็นอยู่ ไม่ใช่พูดให้ดูดี สิ่งที่รัฐบาลควรทำคือการตัดงบประมาณในการสร้างศักยภาพของกองทัพ ด้วยการซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ในช่วงนี้ แล้วนำงบประมาณในส่วนดังกล่าวมาใช้ในการแก้ปัญหาแหล่งน้ำเพื่อพัฒนาสินค้าเกษตรเพื่อการส่งออกสร้างรายได้

ทั้งนี้ การที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี ออกมายอมรับภาคการเกษตรว่าไทยสู้เวียดนามไม่ได้ เพราะต้นทุนการเกษตรเวียดนามต่ำกว่า เป็นการพูดแบบไม่รับผิดชอบ ประเทศไทยมีความพร้อมทุกอย่าง แต่รัฐบาลบริหารจัดการไม่เป็น ก็ประกาศยอมแพ้ให้ประชาชนต้องยอมรับ แบบนี้การเกษตรไทยก็รอวันตาย พล.อ.ประยุทธ์ ต้องกล้าที่จะคุยกับกลุ่มทุนที่ใกล้ชิดรัฐบาล ให้กลุ่มทุนเหล่านี้เลิกเอาเปรียบและหากำไรจากเกษตรกร เพื่อให้ต้นทุนทางการเกษตรลดลง ในการฟื้นฟูประเทศทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน ขอเตือนว่าหากเวียดนามแก้ปัญหาภัยแล้งได้ สินค้าเกษตรของเวียดนามจะครองตลาดโลกแทนที่ไทยและเวียดนามจะสร้างมูลค่ามหาศาลจากสินค้าเกษตร ในขณะที่ประเทศไทยจะตามไม่ทันแน่นอน